posttoday
การตีความกฏหมายกรณี สอท.

การตีความกฏหมายกรณี สอท.

24 ธันวาคม 2555

เราผ่านวันที่ 21 ธ.ค. 2012 ที่มีคนจำนวนมากจากทั่วโลกกลัวกันว่าจะเป็นวันโลกแตก วันนี้โลกไม่แตก ยังคงวุ่นวายอยู่เหมือนเดิม แต่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กลับแตก การประชุมของคณะกรรมการของ ส.อ.ท. ประจำเดือนสุดท้ายของปี 2555 ที่กำหนดขึ้นในวันนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 2 สถานที่ คือ ที่ ส.อ.ท. และที่โรงแรมดุสิตธานี สีลม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีปัญหาที่นักกฎหมายจะต้องถกเถียงกันต่อไปว่า วงประชุมไหนเป็นการประชุมที่ถูกต้อง

เราผ่านวันที่ 21 ธ.ค. 2012 ที่มีคนจำนวนมากจากทั่วโลกกลัวกันว่าจะเป็นวันโลกแตก วันนี้โลกไม่แตก ยังคงวุ่นวายอยู่เหมือนเดิม แต่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กลับแตก การประชุมของคณะกรรมการของ ส.อ.ท. ประจำเดือนสุดท้ายของปี 2555 ที่กำหนดขึ้นในวันนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม 2 สถานที่ คือ ที่ ส.อ.ท. และที่โรงแรมดุสิตธานี สีลม ซึ่งแน่นอนว่าจะมีปัญหาที่นักกฎหมายจะต้องถกเถียงกันต่อไปว่า วงประชุมไหนเป็นการประชุมที่ถูกต้อง

สอท.ในวันนี้ กำลังเดินตามการเมืองของประเทศไทยที่แบ่งเป็น 2 ขั้วหลักๆ สอท.เดินตามการเมืองทั้งๆ ที่กฎหมายห้ามสอท.ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่อาจเป็นด้วยเหตุที่กฎหมายไม่ได้ห้ามการเมืองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสอท. จึงทำให้สอท.มีสภาพเหมือนการเมืองที่มีแต่ความขัดแย้ง

ปัญหาที่เกิดขึ้น มาจากการตีความกฎหมาย ที่นักกฎหมายมีความเห็นไม่ตรงกัน ใช้หลักการตีความต่างกัน ทำให้ผลการตีความออกมาตรงข้ามกัน

นี่เป็นเรื่องปกติในทางกฎหมายที่เป็นอย่างนี้ทั่วโลก เป็นมานานแล้วและจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป

ปรมาจารย์กฎหมายของไทยท่านหนึ่ง เคยสอนให้เข้าใจสภาพความเป็นจริงของการตีความไว้ว่า มีหลักการตีความที่ศาลใช้ 2 หลัก แล้วแต่ความเป็นธรรม คือ เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ย่อมทำไม่ได้ และเมื่อไม่มีกฎหมายห้ามไว้ย่อมทำได้

กฎหมายทั้งสองกรณีเหมือนกัน คือกฎหมายไม่ได้บัญญัติเรื่องนั้นๆ ไว้ หากตีความด้วยความสุจริต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับกรณีแล้ว ทั้งสองหลักย่อมเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการผดุงไว้ซึ่งความเป็นธรรม

กรณีนี้เป็นปัญหาที่มาจากการตีความพระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่กฎหมายบัญญัติเฉพาะเรื่องการแต่งตั้งประธาน แต่ไม่มีบทบัญญัติเรื่องการถอดถอนประธาน

ผมตีความโดยใช้หลักชาวบ้านง่ายๆ ว่า เมื่อมาช่องทางไหนก็ไปช่องทางนั้น คือเมื่อคณะกรรมการเป็นผู้ตั้งขึ้น คณะกรรมการย่อมมีสิทธิปลดลงได้

แต่ก็มีนักวิชาการอาจารย์จากมหาวิทยาลัยหลายท่าน เห็นว่า กรณีนี้ต้องตีความ ว่า “เมื่อไม่มีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจ รัฐจะกระทำไม่ได้ ดังนั้นกฎหมายและข้อบังคับ ส.อ.ท. เมื่อไม่ให้อำนาจ คณะกรรมการจึงปลดประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ไม่ได้” และมีความเห็นว่าต้องใช้ช่องทางที่กฎหมายบัญญัติไว้ 2 กรณีเท่านั้น คือที่ประชุมใหญ่ปลดออกจากการเป็นกรรมการโดยเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของสมาชิกสามัญ หรือโดยคำสั่งของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี มีมติให้ปลดออกจากกรรมการ ซึ่งเมื่อไม่ได้เป็นกรรมการแล้ว ก็จะหลุดจากตำแหน่งประธานโดยอัตโนมัติ

ด้วยความเคารพในทุกความเห็น ผมเห็นว่าทุกคนมีสิทธิที่จะอ้างหลักใดของการตีความก็ได้และคงหาข้อยุติไม่ได้ เพราะไม่ใช่ความเห็นจากศาลฎีกา หรือแม้ศาลฎีกาตัดสินเป็นบรรทัดฐานแล้ว ในทางวิชาการนักกฎหมายก็ยังมีสิทธิไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลฎีกาได้

การใช้หลักการตีความใดๆ ย่อมต้องมีเหตุผลอธิบาย ถ้าเป็นความเห็นลอยๆ ย่อมไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะตีความโดยหลักการใด การตีความนั้น ต้องเป็นไปในทางที่ให้กฎหมายนั้นๆ สามารถบังคับใช้ได้ ถ้าตีความไปแล้ว ไม่สามารถแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้ เพราะจะเกิดกรณีปิดล๊อคไปทุกทาง จนทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้ การตีความเช่นนั้น ย่อมไม่ถูกต้อง ไม่น่าจะใช่เจตนารมณ์ของกฎหมาย

การประชุมคณะกรรมการ ส.อ.ท.วันนี้ เป็นการวัดจำนวนกรรมการว่า ฝ่ายใดจะคุมเสียงข้างมาก และหากไม่ถือทิฐิ ไม่มุ่งแต่จะเอาชนะกันแล้ว จำนวนกรรมการน่าจะเป็นตัวตัดสินได้ว่า ใครควรจะเป็นตัวแทน ส.อ.ท.

โครงสร้างของกฎหมายในปัจจุบันเรายึดติดอยู่กับหลักการประชาธิปไตยที่ถือเสียงข้างมากเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะถูกใจหรือไม่ก็ต้องยอมรับ เหมือนการเลือกตั้งในทางการเมือง

การตีความว่าคณะกรรมการปลดประธานไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้นั้น หากฝ่ายที่ประชุมที่โรงแรมดุสิตมีจำนวนกรรมการมากกว่าฝ่ายของคุณพยุงศักดิ์ จะทำให้ ส.อ.ท.ไม่สามารถเดินหน้าทำงานต่อไปได้ คุณพยุงศักดิ์จะทำงานได้อย่างไร เพราะไม่สามารถประชุมคณะกรรมการได้เลย เนื่องจากองค์ประชุมของคณะกรรมการ จะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 22 ฉะนั้น หากตีความว่าถ้าเสียงส่วนใหญ่ของคณะกรรมการไม่สามารถปลดประธานได้ ประธานก็ไม่สามารถทำงานได้ เพราะไม่สามารถประชุมคณะกรรมการได้เลย

แม้หากว่าการเมืองสนับสนุนคุณพยุงศักดิ์และหาทางแก้โดยใช้คำสั่งรัฐมนตรีให้ปลดกรรมการที่ไม่เห็นด้วย ออกจากการเป็นกรรมการ เพื่อให้เลือกตั้งกรรมการใหม่แทน โดยสมาชิกสามัญจากที่ประชุมใหญ่ แต่ถ้าเสียงส่วนใหญ่ยังสนับสนุนกรรมการที่ถูกปลด แล้วเลือกกลับเข้ามาอีก สถานการณ์ก็จะเหมือนเดิม คือ ส.อ.ท. ไม่สามารถจัดประชุมกรรมการได้เลย แล้ว ส.อ.ท.จะบริหารงานไปได้อย่างไร

การตีความกฎหมายต้องตีความโดยสุจริต และต้องตีความไปในทางที่ให้กฎหมายสามารถบังคับใช้ได้ แม้ผมจะไม่เชื่อว่าเสียงส่วนใหญ่คือความถูกต้อง แต่โครงสร้างของกฎหมายทั่วโลกที่ยึดถือเสียงข้างมากเป็นฝ่ายชนะ การตีความกฎหมายที่ไม่ยึดเสียงข้างมาก ย่อมทำให้เกิดทางตันในการบังคับใช้กฎหมาย

การที่คุณพยุงศักดิ์ออกมาเปิดประเด็นเรื่องการคอร์รัปชัน ที่ จ.ลพบุรี ว่าเป็นเหตุที่ทำให้ถูกต่อต้านจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ความจริงแล้วเรื่องคอร์รัปชันเป็นประเด็นสำคัญที่ ส.อ.ท. จะต้องทำความจริงให้กระจ่าง ต้องมีการตรวจสอบ เพราะคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ ภาคเอกชนให้ความสำคัญ ฉะนั้นไม่ว่าใครจะเป็นกรรมการ เป็นประธานของ ส.อ.ท. จะต้องทำความจริงเรื่องคอร์รัปชันให้กระจ่างชัดเจน ซึ่งแม้ไม่อยู่ในตำแหน่งประธาน ก็มีกลไกที่จะตรวจสอบได้อยู่แล้ว การอ้างประเด็นนี้แล้วไม่ยอมรับเสียงส่วนใหญ่ จะทำให้เรื่องคอร์รัปชันมีน้ำหนักน้อยลง

ผมยังหวังว่า การประชุมวันนี้จะทำให้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ยุติปัญหาความขัดแย้งได้ แล้วกลับเป็นองค์กรเอกชนที่มีความน่าเชื่อถือ สามารถทำงานเพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบอุตสาหกรรมต่อไปได้ โดยไม่มีคอร์รัปชันในองค์กรและไม่ต้องใช้การคอร์รัปชันกับภาครัฐ

กรรมการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จะได้ไม่เป็นสภาอุตส่าหากรรม ให้กับตนเอง

ผมหวังมากไปหรือเปล่าเนี่ย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์