
นิคมเชื่อแก้รธน.ลดขัดแย้งคนในชาติได้
ประธานวุฒิสภาเชื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นทางออกเดียวที่จะลดความขัดแย้งของคนในไทยชาติได้
ประธานวุฒิสภาเชื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นทางออกเดียวที่จะลดความขัดแย้งของคนในไทยชาติได้
นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา กล่าวระหว่างการเดินทางมาเปิดอบรมหลักสูตร “กระบวนการเสริมสร้างผู้นำนักประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” ให้แก่กลุ่มเยาวชนตัวแทนในจังหวัดโซนภาคกลาง ที่โรงแรมซันธารา เวลเนส รีสอร์ทแอนด์โฮเต็ล อ.เมืองฉะเชิงเทรา ว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงถือว่าเป็นทางออกเดียวที่จะช่วยลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้ ด้วยการจัดทำประชามติก่อนเพื่อให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุด น้อยกว่าไปลงในวาระที่ 3 ในทันที แม้การทำประชามติจะเสียเงินงบประมาณแผ่นดินมากถึง 2 พันกว่าล้านบาท แต่ก็ยังดีกว่าเกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ จากการออกมาชุมนุมปิดถนนของประชาชนแต่ละฝ่ายที่มีมูลค่านับแสนล้านบาท
ทั้งนี้หากการทำประชามติไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ทางสุดท้ายนั้นก็ให้หันกลับมาแก้ไขเพียงรายมาตรา เอามาตราที่เป็นปัญหาที่สุด หรือเป็นจุดอ่อนของรัฐธรรมนูญฉบับนี้มาแก้ไข และจะต้องเป็นความเห็นพ้องร่วมกันระหว่างพรรคฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้าน โดยหวังว่าในปี 2556 ที่จะมาถึงนี้ จะสามารถเดินหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปได้ ส่วนตัวนั้นมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นไม่ได้เป็นการแก้ไขกันทั้งฉบับ โดยมาตรา 291 ที่ได้เขียนไว้กันทั้งหมด 15-16 มาตรา และยกเว้นในหมวดที่ 2 คือ มาตราที่ว่าด้วยสถาบันพระมาหากษัตริย์ จึงไม่เป็นการแก้ไขทั้งฉบับ
นอกจากนี้การแก้ไขนั้นก็ให้เป็นหน้าที่ของ สสร. ที่เลือกจากตัวแทนของภาคประชาชนเข้ามาในการพิจารณาแก้ไขยกร่าง โดยที่หลักการทั้งหมดนั้นยังคงเป็นหลักการอันเดิม ยังมีสถาบันพระมาหากษัตริย์ ที่ยังคงอยู่ เรื่องของรัฐสภาก็ยังคงมี เพียงอาจจะเปลี่ยนแปลงที่มาในส่วนของ ส.. และ สว. โดยอำนาจหน้าที่บางอย่างอาจจะมีการแก้ไข ในเรื่องขององค์กรอิสระยังคงมีอยู่ โดยอาจจะแก้ไขในเรื่องของการกำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่ใช่ฉีกทิ้งทั้งฉบับ โดยจะเลือกเอาเฉพาะส่วนที่ดีของรัฐธรรมนูญทั้ง ฉบับปี 40 และ 50 มาประกอบกัน เพื่อทำให้เกิดกติกาที่เป็นธรรมต่อคนทั้งประเทศ ที่จะสามารถนำมาบังคับใช้ให้เกิดความเสมอภาคต่อกันของประชาชนจนลดความขัดแย้งของคนไทยทั้งชาติได้
อย่างไรก็ตามมาตราที่ถูกมองว่าไม่เกิดความเป็นธรรมนั้น คือ เกี่ยวกับเรื่องของการยุบพรรค คือ มาตรา 237 คงจะต้องมีการแก้ไข คือ มันง่ายเกินไปที่จะใช้วิธีการ ในการยุบพรรค และเมื่อยุบพรรคไปแล้วก็ไปเปลี่ยนชื่อพรรคใหม่ กรรมการพรรคก็ถูกตัดสิทธิไป แต่ว่านักการเมืองก็ยังเหมือนเดิม พรรคที่มาใหม่ก็แค่เปลี่ยนชื่อ ซึ่งมันไม่มีผลดีอะไร และทำให้พรรคการเมืองนั้นอ่อนแอลงด้วย ซึ่งความจริงนั้นต้องการที่จะสร้างพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง
นายนิคม กล่าวอีก ในส่วนความกังวลของกลุ่มคนบางกลุ่มที่มองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เพื่อที่จะนำคนบางคนกลับบ้านนั้น การเขียนรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของกติกาในการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม ไม่ใช่กติกาของคนใดคนหนึ่ง โดยเฉพาะ 309 นั้น จะทำให้มีคนได้กลับบ้าน หรือคืนสมบัติให้ ทักษิณ นั้นที่เขียนขึ้นมาไว้ก็เพื่อเว้นไว้ให้กับผู้ที่จะมาเปลี่ยนแปลงการปกครองเท่านั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับไปช่วยใคร ไม่มีหรอก







