
จาตุรนต์ค้านประชามติเสี่ยงล้มทุกทาง
'จาตุรนต์'ค้านประชามติชี้สำเร็จยากเสี่ยงล้มทุกทางเเนะลุยโหวตวาระ3-ยึดหลักเสียงข้างมากเหมือนรธน.ปี50
'จาตุรนต์'ค้านประชามติชี้สำเร็จยากเสี่ยงล้มทุกทางเเนะลุยโหวตวาระ3-ยึดหลักเสียงข้างมากเหมือนรธน.ปี50
นายจาตุรนต์ ฉายเเสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเเละกลุ่มบ้านเลขที่ 111 โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์และเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในการจัดทำประชามติก่อนเดินหน้าลงมติเเก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 165 เเละกติกาของการจัดทำประชามติยังมีปัญหาทางเทคนิคมาก อาจทำให้ประชามติไม่ผ่านและส่งผลให้หลังจากนี้จะเป็นเรื่องยากหากรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเหรือแม้เเต่การเเก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
นายจาตุรนต์ โพสต์ข้อความว่า ประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจและสำคัญมากก็คือเรื่องการจะทำประชามติก่อนการลงมติวาระสามหรือไม่ เรื่องนี้จะมีผลอย่างมากต่อวิกฤตประเทศ รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องมีการลงประชามติก่อนที่จะมีการลงมติในวาระ 3 ฉะนั้นจะลงมติเสียเลยก็ย่อมทำได้ แต่เข้าใจว่ามีความเป็นห่วงว่าถ้าลงมติไปแล้วก็อาจไปสะดุดข้างหน้าอีกเพราะศาลรัฐธรรมนูญแนะนำไว้ว่าถ้าจะแก้ทั้งฉบับควรลงประชามติเสียก่อน แต่พอจะให้มีการลงประชามติก็มีปัญหาต้องตีความกันมากพอสมควรว่าจะทำอย่างไรและจะมีผลอย่างไรกันแน่เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้ต้องมีประชามติ อย่างไรก็ตามข้อดีอีกอย่างของการลงประชามติคือการแก้ปัญหาการเมือง เนื่องจากรัฐธรรมนูญนี้ผ่านการลงประชามติมาก่อนจะนำมาใช้ ถ้าจะแก้กันใหม่มากๆ มีประชามติก็ดี แต่ถ้าจะลงประชามติกันถึง 2 รอบคือทั้งก่อนและหลังการยกร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แล้วสังคมไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองก็สามารถทำได้เหมือนกัน
นายจาตุรนต์ โพสต์ข้อคว่ามต่อว่า ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างสภาอยู่ก็กำหนดให้ต้องมีการทำประชามติอยู่แล้ว เพียงแต่ให้ทำในขั้นตอนสุดท้ายซึ่งเป็นเหตุเป็นผลมากว่าทำก่อนยกร่าง แต่ปัญหาสำหรับการลงประชามติเวลา นี้คือจะลงประชามติกันด้วยกติกาอย่างไร ถ้าลงประชามติอย่างที่พูดกันอยู่คือการทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 จะมีปัญหาอย่างมาก เพราะมีการกำหนดให้ใช้เสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ กติกาตามมาตรา 165 นี้มีไว้สำหรับขอคำปรึกษาหรือหาข้อยุติในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ต้องมีการลงประชามติ การลงประชามติตามมาตรา 165 เป็นการกำหนดเงื่อนไขให้สูงกว่า ยากกว่าการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 อย่างมาก
ทั้งนี้ ผู้ที่ค้านก็ไม่ต้องทำอะไรนอกจากอยู่กับบ้านหรือรณรงค์ให้คนอยู่กับบ้าน ภาระก็ตกอยู่กับฝ่ายสนับสนุนที่ต้องหาคนมาให้ได้เกินครึ่งของผู้มีสิทธิ์ การกำหนดให้ต้องมีเสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเท่ากับบอกว่าผู้ไม่ออกเสียงก็ถือเป็นเสียงค้านด้วย ปกติจะให้ประชาชน ตัดสินเรื่องอะไรควรจะวัดกันที่เสียงข้างมาก ผู้ที่ไม่มาออกเสียงย่อมต้องถือว่ายอมรับผลของการออกเสียง การลงประชามติตามมาตรา 165 จึงเป็นการเดินไปสู่ทางตัน คือไม่สา มารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เพราะปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับกติกาว่าด้วยการลงประชามติ แล้วฝ่ายคัดค้านก็จะไปทึกทักเอาว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อไปไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือรายมาตราก็จะเป็นเรื่องยากมาก
"ผมจึงเห็นว่าไม่ควรจัดให้มีการลงประชามติตามมาตรา 165 เพราะจะเป็นการเดินตามเกมที่ฝ่ายปกป้องรัฐธรรมนูญได้วางหมากไว้ให้เดินสำเร็จยากมาก หากจะมีการลงประชามติควรต้องใช้กติกาเดียวกันกับการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อปี 50 คือกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากเท่านั้นพอจึงจะถูก สำหรับปัญหาที่ต้องตัดสินใจกันในขณะนี้ผมจึงขอเสนอทางออกเป็น 2 ทางคือ 1.ลงมติวาระ 3 ไปเลยหรือ 2.ลงประชามติตามกติกาเดียวกันกับการลงประชามติในปี 50" นายจาตุรนต์ระบุ
นายจาตุรนต์ ฉายเเสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทยเเละกลุ่มบ้านเลขที่ 111 โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์และเฟสบุ๊คส่วนตัว ระบุไม่เห็นด้วยกับแนวทางของรัฐบาลในการจัดทำประชามติก่อนเดินหน้าลงมติเเก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 3 เพราะเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 165 เเละกติกาของการจัดทำประชามติยังมีปัญหาทางเทคนิคมาก อาจทำให้ประชามติไม่ผ่านและส่งผลให้หลังจากนี้จะเป็นเรื่องยากหากรัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเหรือแม้เเต่การเเก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
นายจาตุรนต์ โพสต์ข้อความว่า ประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจและสำคัญมากก็คือเรื่องการจะทำประชามติก่อนการลงมติวาระสามหรือไม่ เรื่องนี้จะมีผลอย่างมากต่อวิกฤตประเทศ รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่ได้บัญญัติว่าจะต้องมีการลงประชามติก่อนที่จะมีการลงมติในวาระ 3 ฉะนั้นจะลงมติเสียเลยก็ย่อมทำได้ แต่เข้าใจว่ามีความเป็นห่วงว่าถ้าลงมติไปแล้วก็อาจไปสะดุดข้างหน้าอีกเพราะศาลรัฐธรรมนูญแนะนำไว้ว่าถ้าจะแก้ทั้งฉบับควรลงประชามติเสียก่อน แต่พอจะให้มีการลงประชามติก็มีปัญหาต้องตีความกันมากพอสมควรว่าจะทำอย่างไรและจะมีผลอย่างไรกันแน่เพราะรัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้ต้องมีประชามติ อย่างไรก็ตามข้อดีอีกอย่างของการลงประชามติคือการแก้ปัญหาการเมือง เนื่องจากรัฐธรรมนูญนี้ผ่านการลงประชามติมาก่อนจะนำมาใช้ ถ้าจะแก้กันใหม่มากๆ มีประชามติก็ดี แต่ถ้าจะลงประชามติกันถึง 2 รอบคือทั้งก่อนและหลังการยกร่างโดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แล้วสังคมไม่เห็นว่าเป็นเรื่องสิ้นเปลืองก็สามารถทำได้เหมือนกัน
นายจาตุรนต์ โพสต์ข้อคว่ามต่อว่า ในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างสภาอยู่ก็กำหนดให้ต้องมีการทำประชามติอยู่แล้ว เพียงแต่ให้ทำในขั้นตอนสุดท้ายซึ่งเป็นเหตุเป็นผลมากว่าทำก่อนยกร่าง แต่ปัญหาสำหรับการลงประชามติเวลา นี้คือจะลงประชามติกันด้วยกติกาอย่างไร ถ้าลงประชามติอย่างที่พูดกันอยู่คือการทำตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 จะมีปัญหาอย่างมาก เพราะมีการกำหนดให้ใช้เสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ กติกาตามมาตรา 165 นี้มีไว้สำหรับขอคำปรึกษาหรือหาข้อยุติในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เกียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ต้องมีการลงประชามติ การลงประชามติตามมาตรา 165 เป็นการกำหนดเงื่อนไขให้สูงกว่า ยากกว่าการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญปี 50 อย่างมาก
ทั้งนี้ ผู้ที่ค้านก็ไม่ต้องทำอะไรนอกจากอยู่กับบ้านหรือรณรงค์ให้คนอยู่กับบ้าน ภาระก็ตกอยู่กับฝ่ายสนับสนุนที่ต้องหาคนมาให้ได้เกินครึ่งของผู้มีสิทธิ์ การกำหนดให้ต้องมีเสียงเกินกว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเท่ากับบอกว่าผู้ไม่ออกเสียงก็ถือเป็นเสียงค้านด้วย ปกติจะให้ประชาชน ตัดสินเรื่องอะไรควรจะวัดกันที่เสียงข้างมาก ผู้ที่ไม่มาออกเสียงย่อมต้องถือว่ายอมรับผลของการออกเสียง การลงประชามติตามมาตรา 165 จึงเป็นการเดินไปสู่ทางตัน คือไม่สา มารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้เพราะปัญหาทางเทคนิคเกี่ยวกับกติกาว่าด้วยการลงประชามติ แล้วฝ่ายคัดค้านก็จะไปทึกทักเอาว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อไปไม่ว่าจะแก้ทั้งฉบับหรือรายมาตราก็จะเป็นเรื่องยากมาก
"ผมจึงเห็นว่าไม่ควรจัดให้มีการลงประชามติตามมาตรา 165 เพราะจะเป็นการเดินตามเกมที่ฝ่ายปกป้องรัฐธรรมนูญได้วางหมากไว้ให้เดินสำเร็จยากมาก หากจะมีการลงประชามติควรต้องใช้กติกาเดียวกันกับการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อปี 50 คือกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากเท่านั้นพอจึงจะถูก สำหรับปัญหาที่ต้องตัดสินใจกันในขณะนี้ผมจึงขอเสนอทางออกเป็น 2 ทางคือ 1.ลงมติวาระ 3 ไปเลยหรือ 2.ลงประชามติตามกติกาเดียวกันกับการลงประชามติในปี 50" นายจาตุรนต์ระบุ







