
จัดโครงสร้างก๊าซ
การทยอยขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม หรือก๊าซแอลพีจีในภาคครัวเรือน ของรัฐบาลต้นปี 2556 ซึ่งเดิมจะเริ่มวันที่ 1 ม.ค.
การทยอยขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม หรือก๊าซแอลพีจีในภาคครัวเรือน ของรัฐบาลต้นปี 2556 ซึ่งเดิมจะเริ่มวันที่ 1 ม.ค.
และได้เลื่อนเป็นเดือน ก.พ. ได้สร้างความกังขาให้กับสังคมในวงกว้าง ว่าราคาขายแอลพีจีที่รัฐกำหนดราคาใน 4 กลุ่มหลัก มีความเป็นธรรมในการกำหนดราคาแค่ไหน โดยปัจจุบันแอลพีจีภาคครัวเรือน ราคา 18.13 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ภาคปิโตรเคมี 16.96 บาทต่อ กก. และเมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่มราคาจะใกล้เคียงกับภาคครัวเรือน กก.ละ 18.15 บาท ส่วนภาคขนส่งปรับขึ้นไปที่ กก.ละ 21.38 บาท ภาคอุตสาหกรรม กก.ละ 30.13 บาท
จากราคาขายดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมภาคครัวเรือนต้องใช้ก๊าซในราคาใกล้เคียงกับภาคปิโตรเคมี และในภาคขนส่ง ซึ่งกระทบกับชาวบ้านโดยตรง ทำไมต้องจ่ายแพงกว่าภาคปิโตรเคมี รวมทั้งเป้าหมายในการปรับราคาขายแอลพีจีให้สะท้อนราคาก๊าซโลก และลดภาระการชดเชย รัฐบาลมีเป้าหมายจะทยอยปรับแอลพีจีภาคครัวเรือน หรือก๊าซหุงต้มขึ้นจาก 18.13 บาท เป็น 24.82 บาท หรือขึ้นไปอีก กก.ละ 6-7 บาท ให้เท่ากับภาคขนส่งที่มีเป้าหมายจะปรับราคาเป็น กก.ละ 24.82 บาทเช่นกัน ส่วนภาคปิโตรเคมี ปล่อยให้เป็นกลไกระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขายเจรจาต่อรองกัน โดยอิงราคาเม็ดพลาสติกโลก
เมื่อเป็นเช่นนี้จึงเกิดคำถามอีกว่า ทำไมประชาชนที่เป็นเจ้าของทรัพยากรก๊าซที่ขุดได้เองในเมืองไทย ต้องใช้ก๊าซนำเข้าที่ราคาแพง โดยข้อมูลของคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา พร้อมด้วยมูลนิธิผู้บริโภคและเครือข่ายภาคประชาชน ระบุว่า ประเทศไทยมีแหล่งก๊าซธรรมชาติ สามารถผลิตได้ปีละ 3.5 ล้านตัน ภาคครัวเรือนใช้อยู่ 2.6 ล้านตันต่อปี ภาคขนส่งใช้ 9 แสนตันต่อปี พอดีกับที่ผลิตได้ แล้วทำไมภาคครัวเรือนกับขนส่งต้องไปรับภาระการใช้ก๊าซนำเข้า เพื่อมาใช้ให้พอกับภาคปิโตรเคมีกับภาคอุตสาหกรรม
ข้อสังเกตดังกล่าว นับเป็นเรื่องที่คาใจชาวบ้านที่รัฐบาลควรจะนำเข้ามาเป็นปัจจัยในการปรับโครงสร้างพลังงานแอลพีจีในครั้งนี้ด้วย นอกจากจะนำปัจจัยการใช้ทรัพยากรแอลพีจีให้คุ้มค่าเชิงเศรษฐกิจและการเมือง ที่ทุกรัฐบาลบิดเบือนราคาก๊าซเหมือนที่ผ่านมา ปัจจัยทางสังคมก็นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน
ที่สำคัญ เมื่อมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างแอลพีจีทั้ง 4 ภาคส่วนเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลควรมีคำอธิบายที่เป็นธรรมถึงการปรับโครงสร้างราคาทั้ง 4 ภาคส่วน ว่าคิดจากต้นทุนก๊าซ หรือเหตุผลใดที่โครงสร้างราคาออกมาเป็นเช่นนี้
ไหนๆ จะรื้อโครงสร้างทั้งที รัฐบาลควรทำให้เบ็ดเสร็จ รวมถึงควรนำปัจจัยพลังงานโลกที่กำลังปรับเปลี่ยนจากน้ำมันไปสู่ก๊าซเหลวมากขึ้น พร้อมทั้งเทคโนโลยีทางเชื้อเพลิงที่มีการพัฒนาอีก 510 ปี เพื่อลำดับความสำคัญการใช้น้ำมัน การใช้ก๊าซ ให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด
ไม่ให้เกิดความผิดซ้ำซากเหมือนที่ผ่านมา เมื่อรัฐบาลเข้าอุ้มราคา หรือบิดเบือนเชื้อเพลิงชนิดใด การใช้ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น การตรึงราคาก๊าซรถยนต์ ที่ทำให้คนซื้อรถมาเปลี่ยนเครื่องใช้ก๊าซช่วงน้ำมันแพงที่ผ่านมา หรือการตรึงดีเซลไว้ไม่เกินลิตรละ 30 บาท ทำให้รถยนต์หลายยี่ห้อแห่ขายรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงดีเซล ทำให้ยอดการใช้ดีเซลเพิ่มกว่าเบนซินมาก
เมื่อรัฐบาลจะรื้อโครงสร้างแอลพีจีแล้วก็ทำให้ครบ เชื่อมโยงเชื้อเพลิงพลังงานในทุกด้านกับเทคโนโลยีและแนวโน้มของโลก ลงมือเลย







