
ทักษิณทำประชามติแก้รธน.
“ทักษิณ” ชี้ขาดให้รัฐบาลเดินหน้าจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ
“ทักษิณ” ชี้ขาดให้รัฐบาลเดินหน้าจัดทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงก์มายังเวทีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระหว่างจัดคอนเสิร์ตคนเสื้อแดงต้านรัฐประหาร ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ว่า รัฐบาลมีภารกิจเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ โดยการทำประชามติเพื่อให้มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเกิน 24 ล้านเสียง
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า หากเดินหน้าให้สภาโหวตวาระ 3 ตามที่แกนนำ นปช.เสนอนั้น แม้จะทำได้ แต่จะไม่ผ่าน เพราะจะมีกลุ่มคัดค้าน และหากต้องการชนะในสภา รัฐบาลจะต้องได้เสียงสนับสนุน 326 เสียง โอกาสจึงมีไม่มาก หรือศาลรัฐธรรมนูญอาจจะตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. กลุ่ม นปช. ได้จัดคอนเสิร์ตคนเสื้อแดงต้านรัฐประหาร ที่โบนันซ่า เขาใหญ่ เพื่อร่วมแสดงพลังต้านรัฐประหารและคัดค้านรัฐบาลเดินหน้าทำประชามติ เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจำนวนประชาชนที่มาลงประชามติมีเสียงไม่ถึงตามที่กฎหมายกำหนด อาจทำให้การแก้รัฐธรรมนูญไม่สำเร็จ
ด้าน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมศึกษาแนวทางและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการทำประชามติ โดยคาดว่าสามารถนำข้อมูลทั้งหมดมาประชุมครั้งแรกได้ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่ามีความเป็นห่วงเรื่องจำนวนเสียงของผู้ออกมาใช้สิทธิ 23 ล้านเสียง เป็นเรื่องยาก ดังนั้นรัฐบาลจะต้องเดินหน้าทำประชาพิจารณ์เสวนา ควบคู่กับการทำให้ประชาชนเข้าใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญมีความสำคัญอย่างไร
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า รัฐบาลควรถอนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง รวมถึงยุติกระบวนการทำประชามติ เพื่อไม่ให้บ้านเมืองเกิดความขัดแย้งมากขึ้น
ทั้งนี้ ผลโพลหลายสำนักมีความเห็นสอดคล้องกันที่ประชาชนไม่เห็นด้วยในการแก้มาตรา 309 ดังนั้นคาดว่าจะมีการตั้งคำถามในประชามติว่า ประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ เพราะเป็นแนวทางที่รัฐบาลต้องการมาตลอด
วันเดียวกัน พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดบ้านให้ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าอวยพรปีใหม่ ที่บ้านแม่ทัพ จ.นครราชสีมา โดยมี พล.ท.จีระศักดิ์ ชมประสพ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางเข้าอวยพร
พล.อ.เปรม กล่าวว่า ขอฝากถึงแม่ทัพภาคที่ 2 ให้ไปบอกผู้ที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดูแลพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ถึงสถานการณ์ความแตกแยกที่เพิ่มมากขึ้นเกิดจากความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่ความเห็นแตกต่างไม่ควรเป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ
“ดังนั้น ขอให้ช่วยกันสร้างความรักสามัคคี ขอให้ทำความเข้าใจกับผู้ที่มีความคิดแตกต่างกัน ให้มีจุดหมายเดียวกัน โดยให้มีความซื่อสัตย์สุจริต เชิดชูสถาบัน” พล.อ.เปรม กล่าว







