
เปิดเผยหนี้ซ่อนเร้น
ในขณะที่ทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เป็นห่วงการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาล
ในขณะที่ทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เป็นห่วงการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาล
จะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงมาก รัฐบาลกลับไม่ไยดีที่จะทบทวนนโยบายประชานิยมที่เริ่มใช้เงินบานปลายออกไปเรื่อยๆ
โครงการคืนภาษีสรรพสามิตรถยนต์คันแรกของรัฐบาล ก็ใช้เงินเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5 หมื่นล้านบาท ก็เกินไปเป็นเฉียด 8 หมื่นล้านบาท โครงการรับจำนำข้าว หลายฝ่ายก็ประเมินว่ารัฐบาลจะขาดดุลประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งการดำเนินนโยบายประชานิยมของรัฐบาล สร้างภาระต่องบประมาณแผ่นดิน 2 แบบ คือ ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ทางตรงก็จะมีผลต่อกรมภาษีต่างๆ ทั้งกรมสรรพสามิต กรมสรรพากร ที่จะทำให้การจัดเก็บรายได้ของกรมภาษีเหล่านี้ลดลงโดยทันที ทำให้เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมายมีผลต่อรายรับรัฐบาลทันที
ส่วนผลทางอ้อม จะเกิดขึ้นจากการไปซ่อนหนี้ไว้ในสถาบันการเงินของรัฐ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่รัฐบาลใช้เป็นแกนนำในการรับจำนำข้าวตันละ 1.5 หมื่นบาท ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ที่รัฐบาลใช้ดำเนินโครงการบ้านหลังแรก และยังลามไปถึงหน่วยงานรัฐวิสาหกิจอย่าง ปตท. ที่ถูกใช้ไปอุ้มราคาพลังงานให้กับบางกลุ่ม และยังมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐอีกหลายแห่ง ที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำประชานิยมของรัฐบาล
หนี้ทางอ้อมที่หลายฝ่ายแสดงความเป็นห่วงคือหนี้ในสถาบันการเงินเฉพาะกิจ และรัฐวิสาหกิจต่างๆ ที่ยังไม่สามารถแยกแยะออกมาได้ว่าจะเป็นภาระต่องบประมาณอีกเท่าไร เพราะว่าหน่วยงานรัฐเหล่านี้จะไม่แจกแจงข้อมูลเปิดเผยต่อสาธารณชน ต้องทำการสำรวจอย่างจริงจัง จึงจะทราบว่าภาระทั้งหมดที่หน่วยงานเหล่านี้อุ้มอยู่คิดเป็นมูลค่าเท่าไร ซึ่งเงินที่รัฐจะต้องนำไปอุดหนุนลดภาระของหน่วยงานเหล่านี้คือ หนี้ที่ซ่อนอยู่ และอาจจะทำให้หนี้สาธารณะของประเทศ ที่รัฐบาลยืนยันว่าไม่สูง เป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน หนี้สาธารณะที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านี้
ดังนั้น เมื่อสำนักบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง แถลงตัวเลขหนี้สาธารณะ ควรจะมีการบวกหนี้ซ่อนเร้นเหล่านี้ลงไปด้วย และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกัน ไม่ใช่ให้เกิดคำครหาต่อรัฐบาลไม่สิ้นสุดว่าซุกหนี้ใต้พรม การที่บริษัทจัดอันดับเครดิตอย่าง เอสแอนด์พี ไม่ขยับอันดับเครดิตประเทศให้ก็เป็นการสมควรแล้ว เพราะมันคือหนี้ที่สุดท้ายรัฐบาลต้องไปตั้งงบประมาณมาล้างหนี้ให้ในที่สุด







