posttoday
นับถอยหลังขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม

นับถอยหลังขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม

22 ธันวาคม 2555

รัฐบาลยังคงยืนยันกับนโยบายการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่จะเริ่มในปี 2556

รัฐบาลยังคงยืนยันกับนโยบายการปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่จะเริ่มในปี 2556

ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2554 ที่ให้ตรึงราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนจนถึงสิ้นปี 2555 โดยหลังจากนี้จะต้องมีการปรับขึ้นราคาแอลพีจีเพื่อรักษาสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ปัจจุบันยังมีฐานะติดลบอยู่ 1.7 หมื่นล้านบาท เนื่องจากมีภาระสะสมจากการเข้าไปชดเชยการนำเข้าแอลพีจีจากต่างประเทศตลอด 5 ปีที่ผ่านมาเฉียด 1 แสนล้านบาท ยังไม่รวมกับการอุดหนุนราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกให้อยู่ที่ระดับ 333 เหรียญสหรัฐ/ตัน

การปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีครั้งนี้ เกิดคำถามตามมามากมาย โดยเฉพาะความแตกต่างในการปรับราคาแอลพีจีระหว่างภาคครัวเรือนกับภาคปิโตรเคมี ซึ่งมีข้อสังเกตกันว่า ทำไมต้องปรับขึ้นราคาแอลพีจีครัวเรือนจาก 18.13 บาท/กก. ไปสู่ราคาเป้าหมายที่ 24.82 บาท/กก. ในขณะที่ราคาแอลพีจีภาคปิโตรเคมี ซึ่งปัจจุบันมีราคาอยู่ที่ 16.96 บาท/กก. กลับไม่ได้มีการกล่าวถึง

กระทรวงพลังงานชี้แจงแต่เพียงว่า ปัจจุบันไม่ได้เข้าไปอุดหนุนราคาให้ แต่การกำหนดราคาขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและผู้ซื้อตกลงราคากันเอง โดยอ้างอิงราคาผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกตลาดโลกขณะนั้น

นับถอยหลังขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม

นอกจากนี้ ราคาแอลพีจีภาคปิโตรเคมีที่ 16.96 บาท/กก. ไม่ได้จัดเก็บภาษีหรือเงินกองทุนน้ำมันฯ แต่ให้ไปเก็บภาษีปลายทางจากผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติกแทน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน

ตามแผนการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี กำหนดให้ราคาแอลพีจีภาคครัวเรือนปรับราคาเพิ่มขึ้นจาก 18.13 บาท/กก. ไปอยู่ที่ 24.82 บาท/กก. ในขณะที่ภาคขนส่งปรับจากราคา 21.38 บาท/กก. ไปอยู่ที่ 24.82 บาท/กก. เช่นกัน ซึ่งทั้งสองประเภทกำหนดให้ปรับแบบขั้นบันได เดือนละไม่เกิน 50 สต./กก. ส่วนราคาแอลพีจีภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันตรึงราคาเพดานไว้ที่ 30.13บาท/กก. ให้ปรับขึ้นสะท้อนตลาดโลก

แม้ว่า พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน จะลดกระแสการคัดค้านการปรับราคาแอลพีจีรอบนี้ โดยเตรียมออกมาตรการลดผลกระทบให้กับผู้ใช้แอลพีจีครัวเรือน ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่กำหนดตัวเลขออกมาได้ 89 ล้านครัวเรือน ซึ่งเฉลี่ยจะชดเชยให้ครัวเรือนละ 6 กก./เดือน รวมถึงร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ชดเชยให้รายละ 150 กก./เดือน แต่ก็ยังไม่สามารถตอบคำถามกับสังคมได้มากนัก

เนื่องจากมาตรการที่จะนำมาใช้ยังไม่ชัดเจน และหลายคนยังกังขาว่าจะทำได้จริงหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นทำให้ รสนา โตสิตระกูล สว.กทม. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน พร้อมด้วยมูลนิธิผู้บริโภค และเครือข่ายภาคประชาชนได้ออกมารณรงค์ต่อต้านการปรับขึ้นราคาแอลพีจีครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่า ไม่เป็นธรรมกับประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ต้องมาใช้แอลพีจีในราคาที่แพงขึ้น

รสนา กล่าวว่า รัฐบาลจะมาอ้างว่าต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ชดเชยนำเข้าแอลพีจีจำนวนมากไม่ได้ ในเมื่อไทยก็มีแหล่งก๊าซธรรมชาติของตัวเอง ซึ่งผลิตได้ 3.5 ล้านตัน ในขณะที่ครัวเรือนใช้อยู่ 2.6 ล้านตัน/ปี ภาคขนส่งใช้ 9 แสนตัน รัฐบาลควรเปลี่ยนนโยบายใหม่ไปให้ ภาคปิโตรเคมีใช้แอลพีจีในสัดส่วนที่นำเข้า ถ้าแก้ไขมติคณะรัฐมนตรีที่ออกมาในสมัย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในเรื่องนี้ ประชาชนก็ไม่ต้องมารับภาระค่าก๊าซ

ทั้งนี้ทางกรรมาธิการฯ ได้ออกหนังสือคำสั่งเรียก รมว.พงษ์ศักดิ์ มาชี้แจงในวันที่3 ม.ค. 2556 ถึงเรื่องดังกล่าวใน 2 ประเด็น คือ 1.การปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีมีความจำเป็นแค่ไหน โดยขอให้อธิบายเหตุผลที่เหมาะสมและชัดเจนมากกว่านี้ ซึ่งต้องการให้ รมว.พลังงาน เดินทางมาด้วยตัวเอง ไม่ใช่ส่งผู้บริหารกระทรวงพลังงานมาชี้แจง

2.การเปิดประมูลสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ โดยยังไม่มีการปรับปรุงการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้กับภาครัฐให้มากขึ้น เพราะระเบียบผลประโยชน์ตอบแทนเดิมใช้มาตั้งแต่ปี 2532 ผ่านมา 20 ปี ในขณะที่ระดับราคาน้ำมันตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้น 500% ไปแล้ว

รสนา กล่าวว่า รัฐบาลต้องเปิดเวทีสาธารณะ เพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนต่อนโยบายการปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีบ้าง เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐ ไม่ควรจะตัดสินใจทำอะไรโดยไม่เป็นธรรม ประกอบกับเรื่องนี้มีรายละเอียดที่ต้องชี้แจงอีกมาก และต้องทำให้คนไทยเข้าใจด้วย

รัฐบาลจะสร้างการมีส่วนร่วมและปรับขึ้นก๊าซให้เป็นธรรมอย่างไร จึงจะไม่กลายเป็นระเบิดลูกใหญกับกระแสสังคมและคงต้องหันมาทบทวนหรือปรับกระบวนการดำเนินการนโยบายดังกล่าวให้รัดกุม หากยังคงยืนยันที่จะปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นระเบิดเวลาของรัฐบาลที่ถูกโจมตีได้ทั้งจากฝ่ายค้านและภาคประชาชนไปพร้อมๆกัน ซึ่งต้องพึงระวังไว้ว่าราคาพลังงานเป็นสินค้าทางการเมืองที่มักถูกใช้มาเป็นเครื่องมือกับนโยบายประชานิยมมาโดยตลอด แต่ถ้าไม่แม่น หรือไม่ชัดเจนในเรื่องเหตุผลก็มีโอกาสพารัฐบาลล้มกระดานได้่ ที่จะระเบิดในอีกไม่กี่วันข้างหน้ายังไม่มีใครรู้

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์