posttoday
อินเดีย

อินเดีย

21 ธันวาคม 2555

เมื่อวานนี้ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) บรรลุการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับอินเดีย หนึ่งในมหาอำนาจสำคัญของเอเชียไปแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวความร่วมมือครั้งสำคัญของภูมิภาค อันเป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือการค้าเสรี อาเซียนบวก 6 หรืออาร์เซ็ป อันได้แก่ อาเซียนและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และอินเดียครับ

เมื่อวานนี้ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) บรรลุการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับอินเดีย หนึ่งในมหาอำนาจสำคัญของเอเชียไปแล้ว ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวความร่วมมือครั้งสำคัญของภูมิภาค อันเป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมือการค้าเสรี อาเซียนบวก 6 หรืออาร์เซ็ป อันได้แก่ อาเซียนและออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น และอินเดียครับ

บ้างก็ว่าอาเซียนกำลังให้ความสำคัญกับอินเดียเพราะต้องการคานอำนาจจีนเอาไว้ด้วยเช่นกัน ไม่เช่นนั้นจีนซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่มากก็จะชิงความได้เปรียบในกรอบการค้านี้เองเสียหมด

พูดถึงอินเดีย ประเทศนี้มีความน่าสนใจที่คนไทยเราไม่ค่อยจะให้ความสำคัญกันเท่าไหร่ ทั้งๆ ที่อินเดียเป็นต้นกำเนิดอารยธรรมสำคัญของเอเชียที่เป็นรากเหง้าทางศาสนาและประเพณีสำคัญหลายๆ อย่างในไทย

น่าสนใจที่สุดก็คือ อินเดียเป็นประเทศใหญ่ มีประชากรมากกว่า 700 ล้านคน ที่สำคัญนั้นเศรษฐกิจของอินเดียขับเคลื่อนด้วยพลังของผู้บริโภคในประเทศเป็นสำคัญ พึ่งพาการส่งออกเพียง 30% เท่านั้น

เอาเฉพาะสินค้าเกษตรนั้น ที่เห็นว่าอินเดียแซงหน้าไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลกเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้น เอาเข้าจริงแล้วอินเดียยังทำได้ไม่เต็มที่ด้วยซ้ำ เพราะอุปสรรคหนึ่งของอินเดียคือระบบการขนส่งและคมนาคม ที่ทำให้การขนส่งผลผลิตทางการเกษตรเพื่อการส่งออกนั้นยังไม่ดีนัก

แต่ในขณะที่ภาพกว้างนั้นอินเดียเป็นสังคมเกษตรกรรม แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมหนักของอินเดียก็ล้ำหน้าอาเซียนไปมาก อินเดียสามารถผลิตนิวเคลียร์ได้ครับ

อีกทั้งนักธุรกิจรายใหญ่ๆ ของอินเดียก็ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลกมานานระยะหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในอุตสาหกรรมเหล็กอย่างบริษัท อาร์เซลอร์มิตตัล ของลักษมี มิตตัล หรือไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมรถยนต์ชื่อดังอย่าง ทาทา มอเตอร์ส ที่เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทยระยะหนึ่งแล้ว

อินเดียยังถือเป็นประเทศที่มีความเป็นสุดขั้วอย่างยิ่ง ในด้านหนึ่งคือสังคมที่ยังเปี่ยมไปด้วยศรัทธาและความเชื่อ และศาสนาอย่างเต็มเปี่ยม แต่ทว่าในเมืองบังกาลอร์กลับได้รับการขึ้นชื่อว่าเป็นซิลิคอน วัลเลย์แห่งเอเชีย เป็นศูนย์กลางบริษัทเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์รายใหญ่ในเอเชีย และยังเป็นแหล่งเอาต์ซอร์สแหล่งใหญ่ของสหรัฐและชาติตะวันตกในเอเชียอีกเสียด้วย

แล้วอินเดียมียุทธศาสตร์มองอาเซียนอย่างไร นี่ก็น่าสนใจครับ อินเดียเริ่มที่จะหาทางเชื่อมโยงกับอาเซียนกันแล้ว อย่างเช่น โครงการก่อสร้างทางหลวงเชื่อมมายังพม่า ซึ่งจะเชื่อมเข้าสู่ไทยอีกทอดหนึ่ง

เท่านั้นยังไม่พอ หากมองกันตามแผนที่จะเห็นว่า เมืองท่าเชนไน ของอินเดียนั้นอยู่ตรงกันข้ามกับท่าเรือทวาย ท่าเรือน้ำลึก และเป็นที่ตั้งเขตอุตสาหกรรมแห่งใหม่ของพม่า แบบว่าตรงกันพอดี

นี่แหละครับในอนาคต อินเดียจึงมีศักยภาพสูงมากที่จะมีความเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้ากับอาเซียนมากขึ้นกว่าเดิม และอินเดียก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งมหาอำนาจที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องและคานอำนาจกับมหาอำนาจอื่นๆ อย่างจีนและสหรัฐในภูมิภาคนี้ ซึ่งล้วนแต่เป็นประโยชน์กับอาเซียนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท