
ธุรกิจความงามรุ่ง
ธุรกิจ “การแพทย์และความงาม” มาแรงปีหน้า ชี้ค่าศัลยกรรมไม่แพงมาก
ธุรกิจ “การแพทย์และความงาม” มาแรงปีหน้า ชี้ค่าศัลยกรรมไม่แพงมาก
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผย 10 อันดับธุรกิจเด่นในปี 2556 พบว่า ธุรกิจทางการแพทย์และความงาม ยังครองอันดับ 1 จากการที่ประชาชนมีรายได้เพิ่ม จึงดูแลสุขภาพและความงามมากขึ้น ขณะที่ราคาค่าบริการและศัลยกรรมไม่แพง รองลงมาคือ ธุรกิจด้านเทคโนโลยีสื่อสาร ธุรกิจด้านสื่อโทรทัศน์ ที่ได้ประโยชน์จากการประมูลคลื่นความถี่ 3จี และการเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอล
อันดับ 4 คือ ธุรกิจสถานีบริการจำหน่ายก๊าซเอ็นจีวีและแอลพีจี ตามด้วยธุรกิจพลังงานและพลังงานทดแทน อันดับ 5 ธุรกิจด้านอาหาร อันดับ 6
สำหรับธุรกิจน้องใหม่ที่มาแรงติดอันดับ 7 คือ ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่ สะท้อนถึงกำลังซื้อในประเทศที่ดีขึ้น ทำให้มีการเปิดบริการธุรกิจบันเทิงที่มีการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่มากขึ้น อันดับที่ 8 คือ ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ จากการเติบโตของสินค้าสมาร์ตโฟน และธุรกิจการศึกษา ผลจากการตื่นตัวการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558
อันดับ 9 คือ สถาบันการเงิน และธุรกิจก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง ที่ได้รับผลดีจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและรถไฟฟ้าของรัฐบาล และอันดับ 10 คือ อสังหาริมทรัพย์ (แนวดิ่ง) และธุรกิจด้านโลจิสติกส์
นอกจากนี้ ปี 2556 จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้ทะยานขึ้นในปี 2557 เพื่อรับการลงทุนใหม่ๆ ในอาเซียน ทั้งด้านระบบสาธารณูปโภคและโลจิสติกส์
สำหรับธุรกิจดาวร่วงในปี 2556 ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งแรงงานเป็นหลัก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน และเป็นสินค้าที่ไม่มีความโดดเด่น โดย 10 อันดับแรก คือ อุตสาหกรรมฟอกย้อม ธุรกิจผลิตรองเท้า เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกาย ธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องหนัง ผักและผลไม้อบแห้ง สิ่งทอผ้าผืน ธุรกิจด้านหัตถกรรม (จักสาน) ร้านค้าดั้งเดิม (โชห่วย) ธุรกิจโฮมสเตย์ และของเด็กเล่น







