posttoday
เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เดิมพันชตา ปชป.

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เดิมพันชตา ปชป.

21 ธันวาคม 2555

แพ้ไม่ได้!!! กับการรักษาเก้าอี้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ฐานที่มั่นสำคัญของประชาธิปัตย์

แพ้ไม่ได้!!! กับการรักษาเก้าอี้ผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ฐานที่มั่นสำคัญของประชาธิปัตย์

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

เมื่อการ แพ้-ชนะ เที่ยวนี้ไม่ได้หมายถึงแค่รักษาฐานเสียงในพื้นที่ กทม. แต่ยังส่งผลต่อขวัญกำลังใจและยุทธศาสตร์การเมืองในสนามใหญ่ทั้งประเทศ ตามที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ระบุว่า การลงชิงชัยในสนาม กทม.ครั้งนี้ นัยไม่ใช่เฉพาะแค่การบริหาร กทม.เท่านั้น

ยิ่งดูสถานการณ์วันนี้ 159 เสียงของ “ประชาธิปัตย์” แถมกำลังถูกโดดเดี่ยว ปล่อยให้ทำหน้าที่ฝ่ายค้านลำพัง ยิ่งสะท้อนอนาคตอันน่าเป็นห่วงในการเลือกตั้งครั้งหน้าที่กำลังถูกกัดเซาะไปเรื่อยๆ จนแค่ยืนหยัดรักษาเก้าอี้เดิมไว้ให้ได้ก็อาจไม่ใช่เรื่องง่าย

การรักษาฐานที่มั่นในพื้นที่ กทม. จึงเป็นเรื่องจำเป็นในเชิงยุทธศาสตร์ กับทิศทางการเมืองในอนาคตระยะยาวอย่างการเลือกตั้งครั้งหน้าและปัญหาเฉพาะหน้าอย่างการคัดค้านแก้ไขรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.ปรองดอง ที่จำเป็นที่จะต้องมีฐานเสียงสนับสนุน

ฐานเสียงที่เหนียวแน่นทำให้ได้เปรียบจนผูกขาดตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 3 สมัย และกวาดที่นั่ง 23 เขต จากทั้งหมด 33 เขต ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา รวมทั้งสนามเลือกตั้ง สก. สข.ที่ผ่านๆ มาก็เอาชนะคู่แข่งอย่างเพื่อไทยมาแบบไม่เห็นฝุ่น

แต่ประชาธิปัตย์ไม่อาจประมาทได้ เมื่อคู่แข่งรอบนี้เป็น “พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ” ที่พกความสด เตรียมลาออกจากรอง ผบ.ตร. เลขาธิการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มาประเดิมสนามการเมืองเต็มตัวกับ “เพื่อไทย” แถมโพลสอบถามความคิดเห็นคนทั่วประเทศล่าสุดยังมีคะแนนนำเฉือน “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” แชมป์เก่าไปแบบมีนัย

งานนี้จึงทำให้ประชาธิปัตย์ต้อง “คิดหนัก” และเล็งหาแคนดิเดตคนอื่นมาลงชิงตำแหน่งแทน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ที่ประกาศอาสาขอลงรักษาแชมป์อีกรอบ

แม้เบื้องต้นจะมั่นใจในฐานเสียงพรรคที่เป็นต่อเพื่อไทย แต่บาดแผลจากการบริหารงานในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ วิเคราะห์ว่าหลายเรื่องจะเป็นจุดอ่อนให้ฝ่ายตรงข้ามหยิบยกขึ้นมาถล่มในช่วงหาเสียงจนอาจกระทบต่อชัยชนะในที่สุด

ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาน้ำท่วม 2554 ที่ไม่อาจปกป้องบางพื้นที่จนน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ในขณะที่มาตรการเยียวยาช่วยเหลือยังล่าช้า สร้างความไม่พอใจในหลายพื้นที่ หรือการต่อสัญญารถไฟฟ้าบีทีเอสต่อไปอีก 13 ปี ทั้งที่สัญญายังเหลืออีก 17 ปี ที่เพื่อไทยยื่นเรื่องเอาผิดต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยเฉพาะล่าสุด การก่อสร้างสนามบางกอก ฟุตซอล อารีนา ที่มีปัญหาในการก่อสร้างและเร่งทำให้เสร็จ แต่สุดท้ายทางฟีฟ่าก็ไม่ประกาศรับรองให้ใช้เป็นสนามในการแข่งขัน

ยังไม่รวมกับความห่างเหินและความระหองระแหงระหว่างแกนนำและสมาชิกภายในพรรคช่วงที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จนเป็นเรื่องเป็นราวบ่อยครั้ง

นั่นทำให้กระบวนการคัดตัวผู้สมัครกินเวลานาน เนื่องจากไม่อาจฟันธงว่าจะส่งใครลงสนามที่เดิมพันสูงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

แคนดิเดตรอบแรกปรากฏชื่อ “องอาจ คล้ามไพบูลย์” และ “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ที่ได้แรงหนุนจากสาขาพรรค แต่สุดท้ายด้วย “จังหวะ” และ “โอกาส” ทำให้ทั้งคู่ต้องถอนตัวในที่สุด

ความพยายามภายในพรรคที่ยังไม่อาจไว้วางใจให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มาลงสนามรอบนี้ ถึงขั้นต่อสายดึง “สุรินทร์ พิศสุวรรณ” อดีตบิ๊กประชาธิปัตย์ ที่พักการเมืองระดับประเทศไปสู่เวทีโลก มาลงชิงตำแหน่งรอบนี้ เนื่องจากครบวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการอาเซียน แต่ได้รับการปฏิเสธ

อีกทางเลือกหนึ่ง “กรณ์ จาติกวณิช” ซึ่งเคยถูกชักชวนให้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ตั้งแต่สมัยที่แล้ว แต่ตัดสินใจลุยงานการเมืองสนามใหญ่ครั้งนั้น เที่ยวนี้ความพยายามทาบทามยังไม่จบสิ้น ในขณะที่เจ้าตัวก็ไม่ได้ปิดประตูตายปฏิเสธเสียทีเดียว

ความปั่นป่วนภายในประชาธิปัตย์ “คุกรุ่น” ขึ้นเรื่อยๆ และมีรายชื่อแคนดิเดตเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ จนทำให้ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์” ชิงจังหวะออกมาบีบพรรคด้วยการประกาศเสนอตัวเองต่อสาธารณชนที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ในวันที่สมาชิกพรรคไปสัมมนากันที่หัวหิน

พร้อมเรียกคะแนนด้วยชุดนโยบายสานงานต่อในสมัยหน้า โดยเฉพาะการประกาศลดราคาส่วนต่อขยายของบีทีเอสทันทีที่ได้กลับมาเป็นผู้ว่าฯ กทม. จาก 15 บาท เหลือ 10 บาท และภายใน 4 ปีที่ดำรงตำแหน่งจะลดราคาในส่วนต่อขยายลงจนฟรี ซึ่งไม่มีผลกระทบต่องบประมาณ

สะท้อนให้เห็นความหวั่นไหวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ว่าหากไม่รีบเร่งออกตัว อาจจะชวดไม่ได้ลงสมัครครั้งนี้ เนื่องจากมีผู้เสนอตัวเข้ามาชิงตำแหน่งเพิ่มอีก 3 คน ในช่วงโค้งสุดท้าย

ทั้ง “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” ที่ประกาศเสนอตัวเองลงสนาม ด้วยดีกรีอดีตรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ อดีตเลขาธิการนายกฯ ซึ่งสนิทสนมคลุกคลีทำงานกับ “อภิสิทธิ์” มาตั้งแต่ก่อนเป็นรัฐบาล จนสุดท้ายค่อยๆ เฟดตัวออกไปจากพรรคหลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าตัวรับหน้าที่คุมยุทธศาสตร์

ถัดมา “ประกอบ จิรกิติ” อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. อดีตผู้อำนวยการพรรค และอีกกระเป๋าพรรคคนสำคัญ งานนี้ได้แรงหนุนจาก “สุเทพ” เสนอชื่อเข้ามาร่วมชิงตำแหน่ง

หรือม้ามืดที่โผล่มาในโค้งสุดท้าย “อภิชัย เตชะอุบล” ซึ่งเสนอโดย “อลงกรณ์ พลบุตร” รองหัวหน้าพรรคภาคกลาง และสนิทสนมกับ “สุเทพ” แม้จะไม่เป็นที่รู้จักกันในวงกว้าง แต่เข้ามาร่วมกับประชาธิปัตย์ รับตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาอยู่ในแวดวงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม

ทว่าดูจากรายชื่อทั้ง 4 คนเวลานี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ดูจะโดดเด่นกว่าแคนดิเดตคนอื่นๆ ด้วยภาษีที่ทำงานต่อเนื่องมีประสบการณ์และคงเป็นเรื่องยากที่จะไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน หากจะต้องเปลี่ยนตัวผู้สมัครเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่คนเดิม

ยิ่งโพลพรรคล่าสุด ที่ทำวันที่ 12-17 ธ.ค. ระบุว่า เทียบกันระหว่าง สุขุมพันธุ์พงศพัศ คุณชายหมูยังคะแนนนำ 35% ต่อ 30% ยิ่งทำให้การตัดสินใจของคณะกรรมการคัดเลือกผู้สมัคร ซึ่งมี บัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธาน น่าจะเดาทิศทางกันได้ไม่ยาก

แต่ทุกอย่างก็ยังไม่แน่นอน 100% เมื่อความพยายามดัน “กรณ์” ยังมีอยู่เป็นระลอก และอาจจะเป็นไม้ตายที่ประชาธิปัตย์อาจจะแทรกเข้ามาในกระบวนการเสนอชื่อ เพื่อเคาะให้กรรมการบริหารพรรคพิจารณาฟันธงสุดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท