
เสนอเปลี่ยนชื่อยาบ้าเป็นยานรก
ค้นเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย รองพ่อเมืองอยุธยาเสนอเปลี่ยนชื่อยาบ้าเป็นยานรก
ค้นเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่พบสิ่งผิดกฏหมาย รองพ่อเมืองอยุธยาเสนอเปลี่ยนชื่อยาบ้าเป็นยานรก
นายทวี นริสศิริกุล รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนายนายนัทธี บ่อสุวรรณ ปลัดจังหวัด และนายภักดี ตั้งธรรม ผู้บังคับการเรือนจำจังหวัด สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกว่า 100 นาย จู่โจมเข้าตรวจค้นเรือนจำกลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อตรวจหายาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมาย โดยแบ่งกำลังจู่โจมเข้าทำการตรวจค้นเรือนนอน 3 อาคาร ภายในเรือนจำ และโรงงานฝึกอาชีพของผู้ต้องขัง พร้อมประกาศให้ผู้ต้องขังทั้งหมดที่กำลังนอน เดินออกจากโรงนอนมารวมอยู่กลางสนาม ห้ามนำสัมภาระติดตัวออกมา
จากการตรวจโรงนอนของผู้ต้องขังแต่ละห้องอย่างละเอียดนานเกือบ 2 ชั่วโมง ไม่พบสิ่งต้องห้ามนำเข้าเรือนจำและสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด แต่พบเพียงสมุดบันทึกของนักโทษ ที่มีรายชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลภายในนอกเท่านั้น และกำลังอีกส่วนหนึ่งยังได้เข้าทำการตรวจค้นภายในตู้ล๊อคเกอร์ของผู้ต้องขัง ซึ่งไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้กำลังของตำรวจยังขอเข้าทำการตรวจค้นภายในโรงงานฝึกอาชีพ ภายในเรือนจำเนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องขังจะนำสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะยาเสพติดแอบซุกซ่อนหลบตีเจ้าหน้าที่ไว้ ซึ่งการตรวจค้นก็ไม่พบแต่อย่างใดเช่นกัน
อย่างไรก็ตามพบความแออัดของนักโทษ จนความจุของอาคารคุมขังในส่วนของโรงนอนไม่เพียงพอ และต้องทำเตียง 2 ชั้นเพื่อรองรับ ซึ่งปัจจุบันเรือนจำแห่งนี้ มีผู้ต้องโทษถึง 3,360 ราย โดยในจำนวนนี้มีผู้ต้องโทษจากคดียาเสพติดมากถึง 95% และเป็นคดีจากอำเภอพระนครศรีอยุธยามากที่สุด รองลงมาคือจากอำเภออุทัย และอำเภอบางปะอิน ซึ่งทั้ง 3 อำเภอเป็นอำเภอขนาดใหญ่เป็นชุมชนเมืองรอบนิคมอุตสาหกรรม
นายทวี รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวต่อผู้ต้องโทษว่า ควรจะเปลี่ยนชื่อยาบ้า เป็นยานรก เพราะเป็นสิ่งเสพติดที่ไม่ได้ทำลาย เฉพาะผู้เสพเท่านั้น แต่ทำลายครอบครัว สังคม และประเทศชาติ







