
แพทย์เตือนทิ้งเด็กในรถมีสิทธิดับจากความร้อน
แพทย์เตือนผู้ปกครองห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถยนต์จอดกลางแจ้ง เผยมีโอกาสเสียชีวิตได้ภายใน30นาทีจากความร้อนสะสม
แพทย์เตือนผู้ปกครองห้ามทิ้งเด็กไว้ในรถยนต์จอดกลางแจ้ง เผยมีโอกาสเสียชีวิตได้ภายใน30นาทีจากความร้อนสะสม
รศ.นพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า ผู้ปกครองไม่ควรทิ้งบุตรหลานไว้ในรถยนต์ที่จอดอยู่กลางแจ้งโดยเด็ดขาดไม่ว่าจะจำเป็นต้องลงไปทำธุระช้าหรือเร็วก็ควรนำเด็กลงไปด้วย เพราะการทิ้งเด็กไว้ในรถอาจทำให้เด็กเสียชีวิตได้จากความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักเข้าใจว่า เด็กที่ติดอยู่ในรถและเสียชีวิตเป็นเพราะขาดอากาศหายใจ จึงมักลงไปทำธุระโดยปล่อยให้เด็กอยู่ในรถและแง้มหน้าต่างเอาไว้ แต่ความจริงคือเด็กเสียชีวิตจากความร้อนสะสมภายในรถที่จอดกลางแจ้ง ซึ่งจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยหากติดอยู่รถนาน 30 นาทีก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
รศ.นพ.อดิศักดิ์ เมื่อเผชิญกับความร้อนสะสมที่สูงขึ้นในช่วงแรกร่างกายจะขับเหงื่อออกมา จากนั้นเมื่อถึงจุดที่ร่างกายทนไม่ไหว ร่างกายก็จะหยุดทำงานเกิดภาวะเลือดเป็นกรด หยุดหายใจ และอวัยวะทุกอย่างหยุดทำงาน หากเจอเด็กที่ติดในรถเร็วจะพบในสภาพตัวแดง แต่หากนานแล้วเด็กจะตัวซีดและเสียชีวิต
อนึ่งเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ได้เกิดเหตุเด็กชายอายุ 3 ขวบ เสียชีวิตหลังจากติดอยู่ในรถยนต์เป็นเวลาหลายชั่วโมง ขณะที่รถยนต์จอดอยู่กลางแจ้งในช่วงบ่าย บริเวณหอพักในซอยอนามัยงามเจริญ 15 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน
นายบุญเลิศ ยอดทอง อายุ 65 ปี ปู่ของผู้ตายให้การว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.ของวันที่ 18 ธ.ค. หลานชาย บ่นว่าอยากกินเงาะ จึงจูงหลานลงมาหาซื้อเงาะที่รถขายกับข้าวซึ่งจะมาจอดบริเวณด้านหน้าหอพัก แต่พอซื้อเสร็จปรากฏว่าหลานชายได้หายตัวไป จึงตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านให้ช่วยตามหาแต่ก็ไม่พบ
กระทั่งเวลาผ่านไปนานกว่า 6 ชั่วโมง มีเพื่อนบ้านได้วิ่งไปแจ้งว่าพบหลานชายนอนนิ่งอยู่ในห้องโดยสารของรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นโคโรลล่า สีขาว ซึ่งจอดอยู่ตรงลานจอดรถหน้าหอพักใกล้ๆ กับจุดที่รถขายกับข้าวมาจอดตามปกติ จึงรีบมาดูพบว่าหลานนอนแน่นิ่งอยู่ที่เบาะด้านหลังรถ มีอาการปากซีด มือทั้ง 2 ข้างเกร็งแน่น จึงรีบนำส่งที่ รพ.บางมด แต่หลานก็เสียชีวิตในที่สุด
ด้าน ร.ต.ต.ธีรสิทธิ์ อโปกุล พงส. สน.ท่าข้าม กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้เรียกตัวผู้ปกครอง เจ้าของรถ และผู้พบศพคนแรกมาสอบปากคำว่าเป็นความประมาทของผู้ใดบ้างหรือไม่ โดยทางเจ้าของรถเก๋งคันดังกล่าวได้เดินทางมาสอบปากคำเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าได้ทำการล็อคประตูรถเรียบร้อย เบื้องต้นไม่สามารถแจ้งข้อหาเจ้าของรถได้เนื่องจากรถเป็นทรัพย์สินส่วนบุคคล และเจ้าของรถไม่รู้จักกับเด็กผู้ตายหรือครอบครัว ถือว่าเข้าไปในรถโดยไม่ได้รับอนุญาต จึงถือว่าเจ้าของรถไม่มีความผิด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตของเด็กชายคนดังกล่าวต้องรอผลชันสูตรศพนิติเวช รพ.ศิริราช ต่อไป







