posttoday
มท.ดีเดย์จัดประชาเสวนา21ม.ค.

มท.ดีเดย์จัดประชาเสวนา21ม.ค.

19 ธันวาคม 2555

มหาดไทยดีเดย์จัดเวทีประชาเสวนา 21 ม.ค.2556ก่อนสรุปผล27ก.พ.พร้อมเผยเกณฑ์เลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม

มหาดไทยดีเดย์จัดเวทีประชาเสวนา 21 ม.ค.2556ก่อนสรุปผล27ก.พ.พร้อมเผยเกณฑ์เลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม

นายขวัญชัย วงศ์นิติกร อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน (พช.) กล่าวถึงกรอบเวลาในการจัดเวทีสานเสวนาหาทางออกประเทศไทยว่า ตั้งแต่วันที่ 11-14 ธ.ค.นี้ จะแจ้งให้จังหวัดเตรียมการ ถัดมาตั้งแต่วันที่ 16-23 ธ.ค. จะเริ่มสรุปเนื้อหาเพื่อจัดทำคู่มือ การเตรียมคัดเลือกวิทยากรปฏิบัติการ และการคัดเลือกสถาบันอุดมศึกษาทั่วประเทศเพื่อเป็นสถานที่จัดเวทีประชาเสวนา โดยวันที่ 25 ธ.ค. 55 - 9 ม.ค.56 จะเริ่มการอบรมวิทยากรทั้งสองรุ่น รุ่นละ 220 คน ควบคู่กันไปในวันที่ 28 ธ.ค. 2555 ถึง 18 ม.ค. 2556 จะคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเพื่อเข้าร่วมเวที โดยใช้หลักสถิติที่มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตเป็นตัวกำหนด

ทั้งนี้เมื่อกลุ่มเป้าหมายและวิทยากรพร้อมแล้ว วันที่  21 ม.ค. - 8 ก.พ. 2556 จะทยอยจัดเวทีทั้งในและต่างจังหวัด โดย วันที่ 21-22 ม.ค.จะจัดให้มีเวทีตัวอย่าง วันที่ 23ม.ค.จะเริ่มทยอยจัดเวทีจริงทั่วประเทศ ส่วนเวทีในกทม. จะเริ่มในวันที่ 18-24 ก.พ. 56 

เมื่อจัดเวทีเสร็จแล้ว ให้แต่ละจังหวัดสรุปผลภายในวันที่ 19 ก.พ. และส่งผลสรุปให้พช.และมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ในวันที่  20  ก.พ. ส่วนกทม.ให้ สรุปผลตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. และส่งผลสรุปในวันที่ 24 ก.พ.

ทั้งนี้ภายในวันที่ 27 ก.พ.จะต้องสรุปผลการดำเนินการเพื่อส่งให้คณะกรรมการประสานและติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอและของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (ปคอป.) เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ด้านนายชวลิต วิชยสุต สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงาน รมว.มหาดไทย กล่าวว่า แนวทางปฏิบัติที่ฝ่ายปกครองควรนำมาใช้ในการทำให้การทำงานบรรลุผลขอให้ยึดแนวทางพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่พระราชทานในวโรกาสออกมหาสมาคมที่ให้ยึดเรื่องความเมตตาและความสามัคคี หัวใจของปัญหาความขัดแย้งของประเทศคือความไม่เข้าใจกัน ขอให้ฝ่ายปกครองยึดแนวทางพระราชดำรัสเป็นคัมภีร์ในการทำงาน และขอให้ฝ่ายปกครองทำงานด้วยความเป็นกลาง ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย

นายสุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จะจัดเวทีประชาเสวนาจะจัดทั้งหมด 108  เวที โดยเป็นเวทีในจังหวัดต่างๆ 100 เวที ในกทม. 8 เวที สำหรับรายละเอียดกลุ่มเป้าหมายจังหวัดที่เขตเลือกตั้ง  1 เขต จัด 1เวที แต่ละเวทีมีผู้เข้าร่วม 300 คน จังหวัดที่มี 2-5เขตเลือกตั้ง ให้จัด 1 เวที แต่ละเวทีมีผู้เข้าร่วมเวทีละ 400-1,000 คน จังหวัดที่มี 6-10 เขตเลือกตั้ง จัด 2 เวที มีผู้เข้าร่วมเวทีละ  600-1,000 คน จังหวัดที่มี 11-15 เขตเลือกตั้ง จัด 3  เวที มีผู้เข้าร่วมเวทีละ  600-1,000 คน

นายสุขุม กล่าวอีกว่า การจัดหาวิทยากรและกระบวนการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม ให้จัดประชุมหารือกันในกลุ่มจังหวัด โดยหารือร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ หรือผู้บริหารสถาบันการศึกษาในเขตกลุ่มจังหวัด ตามจำนวนที่เห็นสมควร เพื่อสรรหาวิทยากรกระบวนการ ซึ่งอาจเป็นคณาจารย์ ปราชญ์ชาวบ้าน หรือผู้นำทางศาสนา ที่มีความรู้ความสามารถมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับและมีความเป็นกลางทางการเมือง โดยให้มีตัวแทนกลุ่มจังหวัดละ 20 คน เพื่อเตรียมเข้าอบรมวิทยากรจากผู้ทรงคุณวุฒิ โดยวิทยากรจะมีทั้งหมด 440 คน แบ่งเป็นวิทยากรในต่างจังหวัด 400คน กรุงเทพฯ 40 คน

"จะมีการสลับวิทยากรจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปอบรมทางภาคใต้บ้าง วิทยากรทางภาคใต้ไปอบรมทางภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือบ้างเพื่อให้คละกัน ส่วนผู้เข้าร่วม 80%  จะมาจากการคัดเลือกทุกกลุ่มอาชีพ นักวิชาการ ผู้นำชุมชน นักเรียนนักศึกษา สื่อมวลชน อีก 20% ให้สมัครเข้ามาจากผู้ที่สนใจสมัครเข้ามา การเลือกจะมีเกณฑ์ในการเลือกหรือการสุ่มเข้ามา" นายสุขุม กล่าว

นายสุขุม กล่าวอีกว่า ส่วนการคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมเวทีให้สถาบันการศึกษาที่เป็นเจ้าภาพจัดเวทีฯร่วมกับคณะวิทยากรกระบวนการ โดยคัดเลือกผู้เข้าร่วมเวทีประชาเสวนาตามจำนวนและแนวทางที่มหาวิทยาลัยราภัฎสวนดุสิตกำหนดตามหลักวิขาการทางสถิติ ทุกความเห็นที่เกิดจากทุกเวทีจะต้องได้รัรบความสำคัญโดยจะนำไปเข้ากระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ การทำงานให้เอาทางออกของประเทศเป็นตัวตั้ง ไม่เอารัฐบาลหรือฝ่ายค้านเป็นตัวตั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ขอให้ฝ่ายปกครองทำหน้าที่อำนวยความสะดวก ส่วนการดูแลการจัดเวทีให้และเนื้อหาที่เกิดขึ้นให้สถาบันการศึกษาซึ่งเป็นผู้จัดเวที่รับผิดชอบไป 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์