
เฉลิมหวั่นประชามติไม่ผ่านกระทบเสถียรภาพรบ.
เฉลิมชี้หากประชามติไม่ผ่านกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ยัน เลิกม.309 ทักษิณไม่ได้ประโยชน์
เฉลิมชี้หากประชามติไม่ผ่านกระทบเสถียรภาพรัฐบาล ยัน เลิกม.309 ทักษิณไม่ได้ประโยชน์
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อขับเคลื่อนการทำประชามติ ว่า ในเรื่องนี้หากพรรคให้ช่วยในการรณรงค์การทำการประชามติ ตนพร้อมทำหน้าที่ แม้จะไม่มีหน้าที่โดยตรง แต่เชื่อว่าการปราศรัยในพื้นที่ภาคอีสานมีคนฟังตนเยอะ และในเรื่องนี้ก็ต้องช่วยกัน ทั้งนี้จากศึกษาจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติในปี 56 จะมีเพิ่มขึ้นประมาณ 9 แสนราย ไม่ใช่ 48 ล้านเสียงแล้วจะเป็น 49 ล้านเสียง จะต้องคะแนนเสียง 25 ล้านเสียงขึ้นไปถึงจะผ่าน และตนยังเห็นว่าการที่จะได้เสียงในจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องยาก และการเมืองนั้นจะต้องมองบนพื้นฐานความเป็นจริง และทางประชาธิปัตย์ได้ฟันธงแล้วว่าจะไม่เอาประชามติ
ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ปี 52 ในมาตรา 9กำหนดไว้ว่า ต้องมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ออกเสียง และเสียงที่เห็นด้วยต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ์ หากมีผู้ออกชิสิทธิ์ไม่เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์ ก็ถือว่าจบ และถือว่ายากมากแต่ก็ต้องช่วยกัน เพราะตนก็เคยหาเสียงไว้ว่าจะแก้
เมื่อถามว่า การคว่ำบาตรการทำประชามติจะผิดกฎหมายหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ต้องดูที่พฤติกรรมว่าอยู่ในลักษณะไหน หากบอกว่าไม่เห็นด้วยก็ไม่ผิด แต่หากสกัดกั้นใช้วิธีการหนึ่งวิธีการใดให้คนมาใช้สิทธิ์ไม่ได้นั้นถือว่าผิด เช่น หากพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาปราศรัยไม่สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่สนสนับสนุนการทำประชามติ พรรคไม่เห็นด้วย ก็ถือว่าไม่ผิด
เมื่อถามว่ารัฐบาลมีโอกาสจะกลับลำไม่ทำประชามติหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ตนไม่กล้าพูด แค่นี้พรรคพวกก็หมั่นไส้กันแย่แล้ว และตนก็ได้แสดงเหตุผลในที่ประชุมพรรคมาตั้งแต่ก่อนเอารัฐธรรมนูญเข้า แต่หากพรรคพวกจะเอา ตนก็ไม่ขัด และการเมืองอะไรที่มันขัดแย้งก็ต้องทำทีหลัง หากเป็นเช่นนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็จะเหนื่อย เพราะกำลังทำงานไปได้ดี แต่ต้องมาคอยพะวงเรื่องนี้ ทั้งนี้หากมีการทำประชามติไปแล้ว เสียงออกมาไม่เกินกึ่งหนึ่ง แน่นอนว่าต้องมีคนที่ออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากรัฐบาลว่าเอาเงิน 2 พันล้านบาทไปใช้โดยเปล่าประโยชน์ต้องรับผิดชอบเพราะรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ แต่ตอนนี้ยังไม่มีประเด็น เพราะผลยังไม่ออกมา ตอนนี้หาก ครม.มีมติก็ต้องส่งไปยังสภา และสภาก็ส่งต่อไปยัง คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รัฐบาลไม่สามารถแจ้งไปยัง กกต.โดยตรงได้
“ถ้าการทำประชามติไม่ผ่านความเห็นชอบ จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาล เพราะจะมีกลุ่มคนออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงรับผิดชอบกับงบประมาณที่ใช้ไปอย่างแน่นอน" ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
ต่อข้อถามว่าจะชี้แจงเรื่องดังกล่าวต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ได้เดี๋ยวท่านดุเอา ส่วนนายกรัฐมนตรีจะเห็นด้วยหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเมื่อวานไม่ได้เข้าประชุม ครม.ด้วย เมื่อถามต่อว่า หากรัฐบาลจะเปลี่ยนใจไม่ทำประชามติจะถือว่าเป็นการเสียหน้าหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่าจะเสียหน้าอะไร เพราะถือว่าเป็นการแก้เหมือนกัน
“ศาลรัฐธรรมนูญได้แนะนำมา 2 ช่องทางว่า 1.หากจะแก้ทั้งฉบับก็ต้องทำประชามติ หรือ 2.แก้เป็นรายมาตรา ถือว่าดีที่ยังไม่ได้โหวตวาระ 3 หากโหวตไปแล้วจะถือว่าผิด และไม่ต้องไต่สวนนาน เพราะไต่สวนไปแล้ว แต่ที่ยังไม่ผิดเพราะยังไม่ได้ลงวาระ 3” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว
เมื่อถามว่าหาก ครม.เห็นชอบให้มีการทำประชามติจริงถือว่ารัฐบาลเริ่มเดินไปสู่ความเสี่ยงหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่ายังไกลไปอาจจะชนะก็ได้ ต่อข้อถามว่าเคยวิเคราะห์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฟังหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า ยังไม่ได้เจอท่านตั้งแต่ปี 50 แต่เชื่อว่าท่านเองก็ติดตามความเคลื่อนไหวผ่านสื่อ
ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 309 เป็นการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ตนคิดว่าคนที่มีความคิดเห็นเช่นนี้เป็นคนปัญญาทึบ และหากยกเลิกมาตรา 309 ไปแล้วก็ไม่มีผลกับคดีความที่ตัดสินไปแล้ว จะเอาอะไรไปช่วยได้ และขอย้ำว่า การแก้มาตรา 309 ไม่มีใครได้ประโยชน์ เพราะคดีเสร็จสิ้นไปแล้ว ซึ่งคดีก็เลยระยะเวลายื่นอุทธรณ์ไปแล้ว ทั้งนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นกติกาสูงสุดจะเอาไปโยงกับเรื่องการเมืองไม่ได้ และหากคนในพรรคเพื่อไทยคิดอย่างนี้ ก็ถือว่าเป็นคนปัญญาทึบ และตนก็สนับสนุนแนวทางแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา และสามารถลบข้อครหาได้ เพราะอีกฝ่ายมองว่า พรรคเพื่อไทยจะแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ หากแก้เป็นรายมาตราจะสามารถชี้แจงได้







