
แทนคุณคาดราเมศออกไอซียูวันนี้
อี้ แทนคุณ เข้าให้ปากคำสน.บางนา ระบุราเมศบอกโดนตาม2เดือนก่อน เชื่อสาเหตุจากการเมือง คาดออกไอซียู วันนี้
อี้ แทนคุณ เข้าให้ปากคำสน.บางนา ระบุราเมศบอกโดนตาม2เดือนก่อน เชื่อสาเหตุจากการเมือง คาดออกไอซียู วันนี้
นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรือ อี้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.บางนา เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานในคดีที่นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ถูก 2 คนร้าย ใช้ของแข็งฟาดศีรษะจนหมดสติ หน้าคอนโดฯ ย่านบางนา เมื่อกลางดึกวันที่ 17 ธันวาคม ที่ผ่านมา
นายแทนคุณ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม และยืนยันเวลาที่เกิดเหตุ เนื่องจากตนเป็นคนแรกที่ได้รับการติดต่อจากแพทย์ว่านายราเมศถูกทำร้าย ซึ่งก่อนหน้านี้นายราเมศเคยให้ข้อมูลกับตนว่า มีบุคคลติดตาม มากว่า 2 เดือนแล้วหลังจากทำคดีให้กับพรรคประชิาปัตย์ และส่วนตัวตนเชื่อว่าสาเหตุเกิดจากเรื่องส่วนตัว และสาเหตุทางการเมือง คาดว่าจะเป็นกองเชียร์ของผู้สนับสนุนที่ขัดแย้งกับนายราเมศ และต้องการจะข่มขู่
หลังรู้ว่ามีคนสะกดรอยตาม นายราเมศ ก็ย้ายที่อยู่หลายครั้ง กระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุนายราเมศได้นำรถไปล้างที่ร้านแห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียงกับจุดเกิดเหตุ เชื่อว่าคนร้ายน่าจะสะกดรอยตามมาจากจุดนั้น และตนไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้กับนักกฏหมาย
"ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นเรื่องการเมือง เพราะนายราเมศ อยู่เบื้องหลังการทำคดีให้พรรค มีทั้งเรื่องคดีฟ้องร้อง พล.ต.ท.คำรณวิทธิ์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เรื่องจริยะธรรม และ เคยมีปากเสียงกับนายตำรวจยศนายพันของดีเอสไอ เนื่องจากเคยมีปากเสียงโต้แย้งกันและขึ้นเสียงกันเล็กน้อย เป็นไปได้ว่าอาจมีคนหมั่นใส้แทนนาย ซึ่งเมื่อทำนายราเมศไปแล้วคงจะพอปรามให้คดีอาจจะหยุดก็ได้"นายแทนคุณกล่าว
ขณะที่ในส่วนของนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์มายังตนแสดงความเป็นห่วงนายราเมศอีกด้วย
นอกจากนี้ อาการล่าสุดของนายราเมศคาดว่าในวันนี้จะสามารถออกจากห้องไอซียู ได้แล้ว และอยู่ระหว่างการตัดสินใจของญาตว่าจะรักษาตัวต่อที่โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์หรือไม่
ด้าน พ.ต.อ.กัญชล กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หากล้องวงจรปิดในรัศมี 1 กม.ใกล้กับที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่ามีกล้องอยู่ 7 ตัว แต่ยังไม่ได้ตรวจสอบเพราะบางตัวเจ้าของไม่อยู่ บางตัวยังเช็คไม่ได้ว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่ สำหรับพยานเจ้าหน้าที่สอบปากคำไปแล้ว 6 ปากแต่ยังไม่มีข้อมูลที่สำคัญ
ขณะที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 13.15 น. พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ได้เรียกชุดสืบสวน และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมคดีดังกล่าวแล้ว และเปิดเผยภายหลังประชุมว่า เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศมาถึงกลางดึกของวันที่ 18 ธ.ค. และได้ทราบรายละเอียดในเบื้องต้นแล้ว คดีนี้ถือว่าอุกอาจและขอยืนยันว่าตำรวจจะติดตามจับกุมตัวคนร้ายโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ได้สั่งการให้พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ประยนต์ ลาเสือ ผบก.สส.บช.น. เป็นแม่งานหลักดูแลด้านการสืบสวน ให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งหมดในพื้นที่เพื่อหาคนร้าย และดูว่ามีคนร้ายตามผู้เสียหายหรือไม่ หรือเป็นการมาดักรอเพื่อทำร้าย
ด้านพล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รองผบช.น. กล่าวว่า ประเด็นก่อเหตุที่ตั้งไว้มีสองเรื่อง คือ การเมือง และเรื่องส่วนตัว ทั้งนี้ ตำรวจได้สอบปากคำพยานซึ่งเป็นยามของคอนโดแล้ว และได้รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายทั้ง 2 คนแต่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งจะต้องไปสอบสวนในเชิงลึกต่อไป ทั้งนี้ ในส่วนการสืบสวนก็ต้องไปไล่ดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาหลักฐานและคนร้าย รวมถึงดูว่านายตั้งแต่ช่วงเช้าถึงค่ำตอนเกิดเหตุนายราเมศเดินทางไปไหน ไปอย่างไร มีคนติดตามหรือไม่ รวมถึงยามของคอนโดที่ปกติจะมีอยู่กะสองคน แต่วันเกิดเหตุเหลืออยู่คนเดียว ตำรวจก็ต้องเก็บข้อมูลให้มากที่สุด
“ในส่วนที่มีการพาดพิงถึงพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.ด้วยนั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่นานมาแล้ว และคิดว่าหากมีใครสั่งการคงไม่ลงมือแบบนี้แน่ เพราะพฤติกรรมของคนร้ายขณะก่อเหตุจะมีคนนึงลงจากรถจักรยานยนต์และใช้เหล็กเข้าทุบตีก่อน ขณะที่คนขับก็ลงมาเตะซ้ำ น่าจะเป็นลักษณะของการโกรธแค้น หากมีคนสั่งการคงไม่ทำแบบนี้ นอกจากนี้ ในส่วนดูแลความปลอดภัยนายราเมศ ได้สั่งการให้ตำรวจสน.ลุมพินี จัดกำลังไปดูแลแล้ว และผมกับพล.ต.ต.พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ผบก.น.5 จะเข้าไปเยี่ยมนายราเมศเพื่อพูดคุยขอข้อมูลเพิ่มเติม ทั้งนี้ ตำรวจจะเร่งทำคดีให้เร็วที่สุดเพื่อให้เกิดความกระจ่างต่อสังคม” พล.ต.ต.อิทธิพลกล่าว







