posttoday
เอาเปรียบแรงงาน

เอาเปรียบแรงงาน

19 ธันวาคม 2555

การหาทางออกเพื่อช่วยเหลือเอกชนที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทของรัฐบาล ที่จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค. 2556 ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม

การหาทางออกเพื่อช่วยเหลือเอกชนที่จะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทของรัฐบาล ที่จะมีผลบังคับใช้ทั่วประเทศในวันที่ 1 ม.ค. 2556 ยังไม่มีอะไรที่เป็นรูปธรรม

เอกชนร้องขอให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการลดการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม จากที่เก็บอยู่ให้เหลือเพียง 2.5% เป็นเวลา 3 ปี เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ได้รับความเดือดร้อน รวมถึงจัดตั้งกองทุนเพื่อชดเชยส่วนต่างค่าจ้าง การยกเว้นการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% หรือการรับจ้างเหมาช่วง และที่มีการพูดกันมาก คือ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่จะลดจาก 7% เหลือ 5%

ทุกครั้งที่มีปัญหานายจ้างมีต้นทุนสูงขึ้น การเรียกร้องจากฝั่งนายจ้างให้ลดการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมจะเกิดขึ้นทุกครั้ง ซึ่งข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอที่ทำร้ายจิตใจลูกจ้าง เพราะการลดเงินสมทบเท่ากับเป็นการลดขนาดเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งถือเป็นสวัสดิการของลูกจ้างที่จะได้รับ หากเงินกองทุนน้อยลง สิทธิประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับก็จะลดลงตามไปด้วย

การบริหารเงินกองทุนประกันสังคม ที่ผ่านมาก็มีความพยายามทางการเมืองนำเงินกองทุนประกันสังคมที่มีอยู่หลายแสนล้านออกไปลงทุนในหุ้น ในตราสาร และบางครั้งก็ใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ ซึ่งมีการร้องเรียนจากผู้ประกันตนอยู่เนืองๆ

เงินกองทุนนี้เป็นของลูกจ้าง ซึ่งเป็นผู้ใช้แรงงานจ่ายสมทบเพื่อเฉลี่ยทุกข์สุขกัน ผู้ประกันตนบางรายไม่เคยใช้เงินจากสวัสดิการที่ตัวเองจ่ายสมทบเข้าไปเสียด้วยซ้ำ

การลดเงินสมทบกองทุนประกันสังคมอาจจะช่วยนายจ้าง แต่ไม่ได้ช่วยลูกจ้าง เพราะไม่มีหลักประกันใดบอกว่านายจ้างจะไม่เลิกจ้างแรงงานลดต้นทุน

นอกจากนี้ ลูกจ้างยังไม่ไว้ใจนายจ้างด้วย เพราะยังมีนายจ้างกว่า 3 หมื่นราย ค้างเงินจ่ายสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม เป็นเงินประมาณ 4,000 ล้านบาท

ไม่เพียงเอกชนจะค้างชำระ รัฐบาลเองซึ่งมีหน้าที่จะต้องจ่ายเงินสมทบตามกฎหมาย ก็ยังไม่จ่ายเงินสมทบให้ลูกจ้าง ตั้งบัญชีค้างจ่ายไว้ 6 หมื่นล้านบาทแล้ว และยังไม่มีวี่แววว่าจะจ่าย ซึ่งนับไปแล้วยังน้อยกว่าเงินที่ให้คืนภาษีคนซื้อรถคันแรกเสียอีก

การที่รัฐบาลซึ่งเป็นผู้ถือกฎหมายไม่จ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคม ก็เป็นการเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน เพราะแทนที่จะสามารถนำเงินจำนวนนี้ไปลงทุนให้ได้ดอกผลงอกเงยขึ้นมาให้กับลูกจ้าง แต่ก็ไม่มี เป็นการเสียโอกาสและเอาเปรียบลูกจ้างอย่างมาก ทั้งที่รัฐบาลนำเงินงบประมาณแผ่นดินไปละลายกับโครงการประชานิยมได้เป็นแสนล้านบาท

คณะกรรมการ สปส. ที่มีหน้าที่ดูแลเงินกองทุน ก็ไม่มีทีท่าจะทวงถามเงินสมทบจากฝ่ายรัฐบาลเลยสักนิด ซึ่งควรจะต้องทบทวนบทบาทของตัวเองด้วยว่า ได้รักษาผลประโยชน์ของลูกจ้างหรือไม่ ไม่ใช่มุ่งแต่จะช่วยเหลือนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐบาล จนมาเบียดบังผู้ใช้แรงงาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท