
คาใจ‘ดีเอสไอ’มาร์ครับสภาพสาหัส2พันคดี
“อภิสิทธิ์” คาดถูกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าเหตุการณ์ปี 2553 ร่วม 2,000 คดี ชี้ดีเอสไอสองมาตรฐาน
“อภิสิทธิ์” คาดถูกฟ้องข้อหาพยายามฆ่าเหตุการณ์ปี 2553 ร่วม 2,000 คดี ชี้ดีเอสไอสองมาตรฐาน
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีการเสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงปี 2553 เปิดเผยว่า สำนวนคดีการเสียชีวิตของประชาชน ที่รับเป็นคดีพิเศษมีจำนวนทั้งหมด 35 คดี ขณะนี้ได้ส่งสำนวนทั้งหมดไปยังกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อส่งคดีให้ศาลไต่สวนสาเหตุการตายเรียบร้อยแล้ว
ทั้งนี้ ผู้บาดเจ็บจำนวน 1,500 ราย ที่ผ่านมา ดีเอสไอได้แยกสอบสวนผู้บาดเจ็บสาหัส 700 ราย เพื่อเตรียมสรุปสำนวนคดีในข้อหาพยายามฆ่า ส่วนผู้ที่บาดเจ็บทั่วไปแต่ไม่สาหัส ดีเอสไอจะแยกพิจารณาสำนวนคดี ในข้อหาทำร้ายร่างกายต่อไป
สำหรับคดีพยายามฆ่าหากพนักงานสอบสวนพิจารณาคดีแล้ว มีความเห็นร่วมกันว่าสมควรแจ้งข้อหากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกฯ แนวทางปฏิบัติจะทำได้ 2 ทาง คือ รอให้ปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 19 เม.ย. 2556 หรือทำหนังสือถึงประธานสภาให้ส่งตัว นายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ มาให้ดีเอสไอดำเนินคดี
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะมีการตั้งข้อหาร่วมกับนายสุเทพ เป็นคนออกคำสั่งเป็นเหตุให้มีการกระทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายอีกกว่า 2,000 คดี ซึ่งวันที่เข้าพบพนักงานสอบสวนก็ได้สอบถามว่าเหตุการณ์คราวเดียวกัน แต่ทำไมทำต่างกรรมต่างวาระ เพราะเป็นการออกคำสั่งเพียงครั้งเดียว และขอตั้งสังเกตว่าทำไมคดี 26 แกนนำข้อหาก่อการร้าย จึงทำเป็นเพียงสำนวนเดียวไม่ทำต่างกรรมต่างวาระ
ด้านนายสุเทพ กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ยอมรับต่อการออกร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ทั้งนี้การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ออกคำสั่ง ได้รับการคุ้มครองจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ต้องรับผิดทั้งอาญา แพ่ง แต่ยอมรับว่าคดีที่มีจำนวนมากทำให้รู้สึกรำคาญ เพราะเสียเวลา







