posttoday
ชาวบ้านกระอักภาษีใหม่รถ1.5ลิตรขึ้น8หมื่นบาท

ชาวบ้านกระอักภาษีใหม่รถ1.5ลิตรขึ้น8หมื่นบาท

19 ธันวาคม 2555

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีวาระที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยและกับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีวาระที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์เมืองไทยและกับผู้ใช้รถยนต์ทุกคน

ทั้งนี้ เนื่องจาก ครม.ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทั้งระบบ โดยจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์จากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) เพื่อให้เหมาะสมเป็นธรรมกับรถยนต์ทุกประเภท และสอดคล้องกับแผนพัฒนาพลังงานทดแทนของรัฐบาล โดยให้คำนึงถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

สำหรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่นั้น ได้ปรับโครงสร้างการจัดเก็บจากขนาดกระบอกสูบ (ซีซี) และประเภทของพลังงานมาเป็นปริมาณการปล่อย Co2 และการใช้น้ำมัน อี85 แทน

โดยโครงสร้างภาษีใหม่นี้ จะเน้นไปที่รถอีโคคาร์เป็นหลัก โดยรถอีโคคาร์จากเดิมที่เสียภาษีสรรพสามิตในอัตรา 17% จะเหลือเพียง 14% หากปล่อย Co2 ไม่ถึง 100 กรัม/กิโลเมตร (กม.) และถ้าใช้อี85 ด้วยและปล่อย Co2 ไม่ถึง 100 กรัม/กม.จะเสียภาษีเพียง 12% หรือราคารถยนต์จะลดลงคันละประมาณ 1.25 หมื่นบาท

แต่หากเป็นรถยนต์นั่งขนาดกลางที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1.4-1.5 ลิตร ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ที่มียอดจำหน่ายมากที่สุดในตลาดรถยนต์นั่งนั้น โครงสร้างภาษีใหม่หากปล่อยไอเสียไม่เกิน 150 กรัม/กม. เสียภาษีเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 30% แต่หากปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. เสียภาษีเพิ่มเป็น 35% หรือราคารถยนต์จะเพิ่มขึ้นคันละ 38 หมื่นบาท

ขณะที่รถยนต์นั่งขนาด 1.6–2.0 ลิตร ที่ปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. เสียภาษีเพิ่มเป็น 35% หรือราคารถยนต์เพิ่มขึ้นคันละประมาณ 9 หมื่น–1.5 แสนบาท แต่หากรถยนต์นั่งขนาดเครื่องยนต์ดังกล่าวใช้อี85 หรือติดตั้งระบบเอ็นจีวี ภาษีจะลด 5%

ด้านรถยนต์ประเภทที่เป็นไฮบริด ถ้าใช้เครื่องยนต์ไม่เกิน 3.0 ลิตร และปล่อยไอเสียน้อยกว่า 100 กรัม/กม. เสียภาษีในอัตราเท่าเดิมคือ 10% แต่หากปล่อยไอเสียตั้งแต่ 101-150 กรัม/กม. เสียภาษีเพิ่มจาก 10% เป็น 20%

ด้านรถกระบะ เป็นรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากการปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้ไม่น้อย โดยกระบะซิงเกิลแค็บ ที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 3,250 ซีซี และปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. เสียภาษีอัตราเท่าเดิมคือ 3% แต่หากปล่อยไอเสียเกิน 200 กรัม เสียภาษีที่ 5% ส่วนรถกระบะสเปซแค็บ ถ้าปล่อยไอเสียไม่เกิน 200 กรัม/กม. เสียภาษี 5% ถ้าเกิน 200 กรัม/กม. เสียภาษี 7% หรือราคารถกระบะทั้งสองประเภทนี้จะเพิ่มขึ้นขั้นละประมาณ 1 หมื่นบาท

สำหรับรถกระบะดับเบิลแค็บ (4 ประตู) ถ้าปล่อยไอเสียเกิน 200 กรัม/กม. ภาษีปรับเพิ่มเป็น 15% หรือราคารถปรับเพิ่มขึ้นคันละ 2 หมื่นบาท และรถพีพีวี หรือกระบะดัดแปลง ที่ปล่อยไอเสียเกิน 200 กรัม/กม. เสียภาษีเพิ่มจาก 20% เป็น 25% หรือราคาเพิ่มขึ้นคันละ 6.6 หมื่นบาท

ทั้งนี้ ประกาศดังกล่าวจะใช้วันที่ 1 ม.ค. 2559 กรมสรรพสามิตชี้โครงสร้างภาษีใหม่ จะทำให้กรมมีรายได้เพิ่มขึ้น 2.56 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง