
ยังพอเห็นแสง
.....สันทัด กรณี
เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ในการจัดการปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างรัฐบาลที่กุมอำนาจรัฐ กับมวลชนที่ต้องการโค่นรัฐบาล บนโต๊ะเจรจาที่มีการถ่ายทดสดผ่านโทรทัศน์และวิทยุ
ครับ...วันนี้ผมนั่งเขียนไป ชมการเจรจาไป
ฝ่ายหนึ่ง คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี คุณกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ และ คุณชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ...นี่รัฐบาล
ฝ่ายหนึ่ง คุณวีระ มุสิกพงศ์ คุณจตุพร พรหมพันธุ์ และ คุณหมอเหวง โตจิราการ ...นี่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง
นั่งฟัง 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 16.0018.00 น. ...ยังไม่จบ...
โอ้ยเหนื่อย...การเจรจาไปไม่ถึงไหน
ไม่ทราบว่าใครที่ติดตามชมจะรู้สึกเหมือนผม ที่รู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายคุยคนละเรื่องเดียวกัน...บรื๋อวววส์
ฟังไปด้วยคิดไปด้วย ช่วยกันฟังกับคุณพี่คุณน้องในกองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์...เหนื่อยแฮะ
การเจรจารูปแบบนี้ จะว่าเหมือนโต้วาทีก็ไม่เชิง
การเจรจารูปแบบนี้ จะว่าเหมือนดูมวยชกกันก็ไม่ใช่
เพราะไม่ใช่เรื่องของการให้คะแนน
อุปมาอุปไมยเหมือนเล่นไพ่โป๊กเกอร์มากกว่าแฮะ
ต่างฝ่ายต่างอ่านใจที่ฝ่ายหนึ่งคอยดูคอยจับตา เรียกไพ่กี่ใบ แล้วจึงคิดวิเคราะห์ไพ่ในมือตัวเอง คิดวิเคราะห์ไพ่ในมือฝั่งตรงข้าม
ใครถือไพ่อะไรต่างฝ่ายต่างรู้แก่ใจ
ปัญหาคือไพ่ในมือฝ่ายตรงข้ามต่างหาก
แพ้ชนะจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด “หมอบ” ทิ้งไพ่เข้ากอง หรือ ต่างฝ่ายต่างสู้แล้วหงายไพ่ออกมาพิสูจน์กัน...นั่นคือตัวชี้วัด
บนโต๊ะไพ่ เอ๊ย! โต๊ะเจรจา นายกรัฐมนตรียืนยันหลักการต้องวางหลักเกณฑ์ร่วมกันเพื่อให้มีคำตอบเสียก่อน คลี่คลายปมประเด็นขัดแย้งให้ได้ข้อยุติร่วมกันเสียก่อน สังคมจะได้สามารถเดินต่อไป โดยที่ทุกฝ่ายยอมรับว่า ยุบสภาแล้วสามารถแก้ปัญหาได้ ก็พร้อมยุบสภา หากเห็นว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหา สมควรดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียก่อน...เป็นต้น
ขณะที่แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดยเฉพาะคุณจตุพร ยืนกระต่ายขาเดียว ต้องยุบสภาในทันทีทันใด เลือกตั้งใหม่ใครชนะก็มาเป็นรัฐบาล...จึงยอมจบ
เฮ้อ...เดี๋ยวผมขอตัวไปกินกาแฟ นั่งดูเขาเล่นโป๊กเกอร์ เอ๊ย! นั่งฟังนายกรัฐมนตรีกับแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงเจรจากันต่อ แล้วค่อยกลับมาจับทวน...นะครับ
ครับ...กลับมาแล้ว ฟังการเจรจาของทั้งฝ่ายจนจบ
แนวโน้มที่ทำท่าจะออกมาในแนวทาง ถ้าไม่ยุบสภาล้มโต๊ะทันที ก็มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้น คือ ต่างฝ่ายต่างยังคิดว่าการเจรจาจะสามารถแก้ปัญหาได้ โดยจะมีการเจรจากันต่อในวันที่ 29 มี.ค.นี้
หากการเจรจาไม่สามารถหาทางออกร่วมกันได้ เพราะต่างฝ่ายต่างดึงดันในแนวทางตัวเองแล้วละก็ ผมรู้สึกเสียดายโอกาสดีๆ ที่เกิดขึ้นมาเหลือเกิน
เกิดเป็นมนุษย์เหมือนกันทั้งที มันต้องมีหนทางหลีกเลี่ยงความรุนแรง...มั่งหรอกน่า...สาธุ...







