
กิจของสงฆ์ในดงแดง
...สมผล ตระกูลรุ่ง
ปรากฏการณ์ที่พระภิกษุสงฆ์จำนวนหนึ่งเข้าร่วมชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง สร้างความไม่สบายใจให้กับชาวพุทธเป็นจำนวนมากว่า สมควรหรือไม่
ท่านมาด้วยกิจอันใด
ภาพพระภิกษุรูปหนึ่งถือป้ายในขบวนเป็นภาษาอังกฤษว่า
“WE WANT DEMOCRACY BY NONVIOLENCE” ซึ่งแปลว่า เราต้องการประชาธิปไตยโดยไม่ใช้ความรุนแรงพระรูปเดียวกัน ยังถือป้าย
“รวมพลคนไพร่ ไล่รัฐบาลอำมาตย์ ยุบสภา”พระอีกรูปหนึ่ง ให้เจาะเลือด
ข่าวพระเจ้าคณะอำเภอเอาเลือดไปสาดใส่ทหาร เพราะทหารไม่ยอมให้เข้าไปที่อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ที่ จ.เชียงใหม่
พระจาก จ.ปัตตานี ให้สัมภาษณ์ว่า
“มาช่วยเหลือคนเสื้อแดง เพราะต้องการให้ทักษิณกลับประเทศไทย ทราบดีว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ แต่กำลังเกิดความไม่ยุติธรรมในบ้านเมือง เช่น การตัดสินคดียึดทรัพย์ทักษิณที่ผ่านมา จึงต้องออกมาแสดงพลังสนับสนุน”ภาพพระจำนวนหนึ่งพักในเต็นท์กลางม็อบเสื้อแดง
พระเหล่านี้บวชในพระพุทธศาสนาเพื่ออะไร ยังจำคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้หรือไม่ ยังจำคำของอุปัชฌาย์ตอนบวชได้หรือไม่ว่าท่านมอบหมายงานใดให้ทำ
พระพุทธศาสนาไม่เคยสอนให้พระต้องอยู่กับประเทศภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น พระพุทธองค์เผยแผ่พระศาสนาในยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ซึ่งเป็นยิ่งกว่าเผด็จการในความหมายปัจจุบัน เพราะสิ่งที่พระราชาตรัส คือกฎหมาย จะให้ใครอยู่ใครตายก็ได้ ในบางประเทศจึงเรียกว่าเจ้ามหาชีวิต
พระพุทธเจ้าท่านแยกศาสนาออกจากบ้านเมือง เป็นศาสนจักรกับอาณาจักร พระองค์ทรงวางหลักให้ทั้งศาสนจักรและอาณาจักรมีความเกี่ยวข้องกันอย่างเหมาะสม ไม่มากเกินไป ไม่น้อยเกินไป ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทำให้เกิดความสงบสุขทั้งสองฝ่าย
ในด้านการปกครอง พระพุทธองค์ตรัสไว้กับพระอานนท์ว่า
“ดูก่อนอานนท์! ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า ธรรมวินัยของพวกเรามีพระศาสดาล่วงลับไปแล้ว พวกเราไม่มีพระศาสดา ดังนี้ อานนท์! พวกเธออย่าคิดอย่างนั้น อานนท์! ธรรมก็ดี วินัยก็ดี ที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้ว แก่เธอทั้งหลาย ธรรมวินัยนั้นจักเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายโดยกาลล่วงไปแห่งเรา”พระพุทธองค์ไม่ได้สอนให้พระภิกษุเรียกร้องหาประชาธิปไตยจากฝ่ายอาณาจักร การบ้านการเมืองเป็นเรื่องของฆราวาส สำหรับพระเองท่านให้ใช้ธรรมวินัยปกครองกัน ให้ดำเนินการใดๆ โดยความถูกต้อง ที่เรียกกันว่าธรรมาธิปไตย คือการถือธรรมคือความถูกต้องเป็นใหญ่
นอกจากนี้ พระพุทธองค์ไม่เคยแบ่งชนชั้น ในพุทธศาสนาทุกคนมีความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นไพร่ เป็นอำมาตย์ ทุกคนต่างอยู่ภายใต้กฎแห่งกรรมเหมือนกัน
พระที่ให้เจาะเลือดโดยรู้อยู่ว่าจะนำเลือดไปเททิ้ง หรือจะนำไปทำพิธีกรรมใดๆ ก็ดี เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ผมไม่รู้ว่าผิดธรรมวินัยใดๆ หรือไม่ แต่แน่ใจได้ว่าไม่ใช่สิ่งที่ภิกษุสงฆ์พึงกระทำ ยิ่งการนำเลือดไปสาดใส่ผู้อื่น ยิ่งไม่ใช่สิ่งที่สงฆ์พึงกระทำ เป็นการเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น และยังเป็นการกระทำผิดตามกฎหมายบ้านเมืองด้วย
พระที่ออกมายอมรับว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ ออกมาสนับสนุนเสื้อแดงเพื่อให้ทักษิณกลับประเทศ เป็นการกระทำที่ขัดกับคำสั่งของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2538
ข้อ 4 ห้ามพระภิกษุสามเณรเข้าไปในที่ชุมนุม หรือในบริเวณสภาเทศบาล หรือสภาการเมืองอื่นใด หรือในที่ชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่ากรณีใดๆ
ข้อ 6 ห้ามพระภิกษุสามเณร่วมชุมนุมในการเรียกร้องสิทธิของบุคคลหรือคณะบุคคลใดๆ
ข้อ 7 ห้ามพระภิกษุสามเณรร่วมอภิปราย หรือบรรยายเกี่ยวกับการเมืองซึ่งจัดตั้งขึ้นทั้งในวัดและนอกวัด
นอกจากนี้ ในคำสั่งดังกล่าวยังให้พระสังฆาธิการตั้งแต่ชั้นเจ้าอาวาสขึ้นไป กวดขันไม่ให้มีการละเมิดคำสั่งดังกล่าว และให้ลงโทษพระภิกษุสามเณรที่ละเมิดคำสั่งด้วย
คำสั่งดังกล่าวลงพระนามโดย สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ซึ่งยังไม่มีการยกเลิก จึงยังมีผลบังคับใช้อยู่
ไม่ว่าพระเหล่านี้จะมาร่วมชุมนุมโดยเหตุผลใด แม้จะได้รับนิมนต์ ก็ไม่อาจเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวได้ การรับกิจนิมนต์หรือไม่ เป็นสิทธิของพระที่จะพิจารณา มิใช่ว่าถ้าฆราวาสนิมนต์แล้ว จะต้องไปเสมอ เช่น ถ้าฆราวาสนิมนต์ให้ไปร่วมกันลักทรัพย์ โดยขอให้ไปสวดให้กำลังใจ อย่างนี้ไม่ใช่กิจที่พระสงฆ์พึงปฏิบัติ พระรูปใดไปย่อมจะมีความผิดตามกฎหมายบ้านเมืองด้วย
ยิ่งเห็นข่าวพระสวดทำพิธีเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งนายอภิสิทธิ์และเหล่าแกนนำจัดตั้งรัฐบาลด้วยแล้ว คงต้องถามว่า พระเหล่านั้นยังมีความเป็นพระอยู่หรือไม่
เราเรียกพระภิกษุว่าสมณะ ซึ่งแปลว่าผู้สงบ หรือเรียกว่าบรรพชิต ซึ่งแปลว่าผู้เว้นกิจกรรมอันเศร้าหมอง พระเหล่านี้ยังมีความเป็นสมณะ หรือเป็นบรรพชิตอยู่หรือไม่
พระเหล่านี้มีเหตุผลใดไปสาปแช่งบุคคลอื่น
พระพุทธองค์ไม่เคยสอนให้พระภิกษุทำร้ายผู้อื่น พระองค์สอนให้พระมีเมตตา เป็นผู้เสียสละ เป็นผู้สละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อออกบวช
พระภิกษุเหล่านี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร จึงต้องออกมาชุมนุม พระเหล่านี้เกี่ยวข้องหรือได้รับประโยชน์อะไรจากคุณทักษิณ
ถ้าต้องการให้คุณทักษิณกลับประเทศไทย ทำไมไม่เรียกร้องคุณทักษิณให้เดินทางกลับประเทศไทย เพราะทุกวันนี้ไม่มีใครห้ามคุณทักษิณไม่ให้กลับประเทศ แต่คุณทักษิณไม่ยอมกลับเอง แต่กลับเรียกร้องให้ผู้คนออกมาชุมนุม โดยไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงคืออะไร
พระที่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเพียงพระส่วนเดียว เป็นคนของศาสนจักรที่เข้ามาก้าวก่ายอาณาจักร จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายศาสนจักรที่จะต้องนำพระเหล่านี้ออกจากการเมือง แต่ถ้าคนเหล่านี้ไม่ใช่พระ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายอาณาจักรที่ต้องจัดการไม่ให้ใช้ศาสนามาเคลื่อนไหว
และนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่พุทธบริษัทสี่จะต้องร่วมกันพิจารณาว่าจะทำอย่างไรเพื่อรักษาพุทธศาสนาให้คงอยู่อย่างมั่นคงต่อไป







