
จัยตาปัจจัยนอกเขย่าเอเซีย ทางออกกรีซยังแค่นับหนึ่ง
8...ทีมข่าวต่างประเทศ
เป็นที่ชัดเจนกันไปแล้วว่าม็อบเสื้อแดงไม่สามารถต้านทานความร้อนแรงของกระแสทุนต่างชาติ ที่แห่ขนเงินมาซื้อหุ้นไทยจนทะลุทะลวงทำนิวไฮในรอบเกือบ 2 ปีไปได้ ซึ่งบ่งชี้ทิศทางการลงทุนได้เป็นอย่างดีข้อหนึ่งว่า ปัจจัยภายนอกยังคงกุมบังเหียนสำคัญเหนือทิศทางตลาดทุนไทยในภูมิภาคอยู่
กรณีของปัจจัยภายนอกนี้เองที่ดูจะน่ากังวลมากกว่า เพราะแม้เศรษฐกิจในไทยและเอเชียจะฟื้นตัวได้ดีขึ้น ทว่าผู้เล่นรายใหญ่ในระบบเศรษฐกิจโลกอย่างยุโรปและสหรัฐ กลับยังคงสัญญาณที่ง่อนแง่นอยู่ สหรัฐเพิ่งจะปรับลดจีดีพีไตรมาส 4 ปี 2552 มาอยู่ที่ 5.6% จากเดิม 5.9% ขณะที่
“วิกฤตการณ์หนี้ของกรีซ” ที่ดูเหมือนได้ทางออกแบบขายผ้าเอาหน้ารอด และบททดสอบจริงๆ ก็ยังไม่ปรากฏขึ้นเพราะผลที่ได้จากการประชุมสุดยอดผู้นำสหภาพยุโรป (อียู) เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่ผ่านมานั้น ไม่ต่างอะไรกับการยื้อเวลาไปเรื่อยๆ อียูตกลงที่จะช่วยเหลือกรีซร่วมกันกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยกลุ่มประเทศยูโรโซนจะให้เงินกู้แบบทวิภาคี 2 ใน 3 หรือคาดว่าจะได้ราว 2.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 9.57 แสนล้านบาท) โดยที่เหลือจากนั้น กรีซต้องขอกู้จากไอเอ็มเอฟเอง ทว่าทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ก็ยังอยู่ในเงื่อนไขที่ว่า กรีซไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้อีกต่อไป
ดังนั้น บททดสอบที่แท้จริงจึงอยู่หลังจากนี้ไปว่า กรีซจะยังใช้วิธีระดมทุนในตลาดการเงินได้สำเร็จหรือไม่ และวิกฤตการณ์หนี้ที่เริ่มลามไปยังประเทศยุโรปอื่นๆ กันมากขึ้น จะได้รับการแก้ไขเพื่อไม่ให้เป็น
“สึนามิการเงินยุโรป” ดังที่อียูกังวลหรือไม่แน่นอนว่าความไม่แน่นอนดังกล่าว จะทำให้ทิศทางเศรษฐกิจโลกช่วงนี้ยังคงอยู่ในความผันผวนต่อเนื่องไปอีกระยะใหญ่ ก่อนที่กรีซจะถึงกำหนดชำระหนี้ราว 2 หมื่นล้านยูโร (ราว 8.91 แสนล้านบาท) ในเดือน พ.ค. โดยเฉพาะความผันผวนต่อค่าเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ และตลาดทุน
ที่ต้องจับตาก็คือในสัปดาห์หน้า ไฟแนนเชียล ไทม์ส ระบุว่ากรีซจะเริ่มการขายพันธบัตร 5,000 ล้านยูโร (ราว 2.21 แสนล้านบาท) โดยคาดว่าจะมีอายุ 3 เดือน หรือ 7 เดือน และจะสามารถให้ผลตอบแทนคืนได้ภายในเดือน มี.ค. นอกจากนี้ ยังมีแผนจะออกพันธบัตรระดมทุนอีกระลอกในเดือน เม.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นบททดสอบความเชื่อมั่นที่มีต่อกรีซและเงินสกุลยูโรครั้งสำคัญ
ทว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคือ วิกฤตการณ์หนี้ของกรีซและปัญหาหนี้ยุโรปได้ฉุดให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ของกรีซ พุ่งขึ้นถึง 7% จากเมื่อต้นปี ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ซื้อพันธบัตรแพงขึ้นอย่างมากด้วย
ขณะเดียวกัน แม้ผลประชุมเมื่อวันศุกร์จะช่วยให้เงินยูโรดีดตัวขึ้นมาแข็งค่าเหนือเงินเหรียญสหรัฐได้ที่ 1.341 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ซึ่งหยุดสถิติเงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าสุดในรอบ 10 เดือนเหนือยูโรได้ ทว่าก็ยังเป็นเพียงช่วงสั้นๆ เพราะความเชื่อมั่นในยูโรเริ่มทวีปัญหาหนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนทยอยเทขายเงินยูโรมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา
อีกทั้งชะตากรรมของชาติอื่นๆ ใน 16 ประเทศยูโรโซนกับปัญหางบประมาณขาดดุล ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากรีซมากนัก หลายประเทศล้วนแต่มีงบประมาณขาดดุลสูงเกินกว่า 3% ของจีดีพีประเทศตามเกณฑ์ที่อียูตั้งไว้ โดยกรีซนั้นมีงบขาดดุลสูงถึง 12.7% หรือมากกว่าเกณฑ์ถึง 4 เท่าตัว
ล่าสุด โปรตุเกสก็ถูกบริษัทจัดอันดับฟิทช์ เรทติ้งส์ หั่นอันดับความน่าเชื่อถือเครดิตประเทศลงมาอีก 1 อันดับอยู่ที่ AA จากปัญหาการขาดดุลงบประมาณมหาศาลในปีงบประมาณที่ผ่านมา ปัญหางบประมาณขาดดุลพร้อมหนี้สาธารณะพุ่งมหาศาลนั้น ยังขยายวงไปถึงสเปน โปรตุเกส อิตาลี และยังมองไม่เห็นแนวโน้มว่ารัฐบาลเหล่านี้จะลดงบรายจ่าย เพิ่มรายได้หรือขึ้นภาษีกันได้ง่ายๆ ในยามนี้ จึงเท่ากับยิ่งซ้ำเติมแนวโน้มเสถียรภาพของค่าเงินยูโรยิ่งขึ้นไปอีก
นอกจากนี้ หลายฝ่ายกำลังมองข้ามช็อตไปแล้วว่า หากเอาเข้าจริงกรีซต้องกู้เงินจากไอเอ็มเอฟแล้ว ก็อาจเป็นผลเสียมากกว่าผลดี โดยเฉพาะผลเสียในด้านความเชื่อมั่น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าการเข้าช่วยเหลือของไอเอ็มเอฟไม่ได้ให้มาแค่ตัวเงินกู้ แต่ยังรวมถึงเงื่อนไขต่างๆ
ทว่าการที่กรีซเป็นทั้งสมาชิกของอียู และใช้เงินยูโรซึ่งมีการควบคุมนโยบายทางการเงินผ่านทางธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) นั้น ทำให้เป็นเรื่องยากที่ไอเอ็มเอฟจะตั้งกฎกับกรีซโดยที่ไม่กระทบต่ออำนาจภายในของอียู
สรุปได้ว่าท้ายที่สุดแล้ว ทางออกกรีซที่ทุกฝ่ายตั้งตาคอยกันมาตั้งแต่ปลายปี 2552 ก็ยังไม่มีสูตรตายตัวชัดเจนเหมือนการอุ้มภาคแบงก์ในสหรัฐ เมื่อปัญหามีความซับซ้อนมากกว่า และกระทบต่ออำนาจอธิปไตย (ผลการเลือกตั้ง) มากกว่า
นักลงทุนและนักธุรกิจจึงจำเป็นต้องจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดความผันผวนในช่วงหลังนี้ หลังจากที่ตลาดทุนทั่วโลกไม่เฉพาะในเอเชียทะยานขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่องหลายสัปดาห์ไปแล้วก่อนหน้านี้ เพราะหากปัจจัยของตัวเล่นหลักๆ ยังไม่นิ่งหรือยังไม่ดีจริง สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและตลาดทุนก็พร้อมที่จะพลิกได้อย่างง่ายๆ เสมอ
งานนี้แมลงเม่าทั้งหลายต้องเตรียมตัวให้ทัน







