
ปัตตานีเข้มสั่งทุกหน่วยปรับแผนรปภ.ครู
ผวจ.ปัตตานีเข้มสั่งทุกหน่วยปรับแผน รปภ.ครู ส่วนไหนเป็นกำลังและส่วนไหนเป็นกำลังเสริม
ผวจ.ปัตตานีเข้มสั่งทุกหน่วยปรับแผน รปภ.ครู ส่วนไหนเป็นกำลังและส่วนไหนเป็นกำลังเสริม
นายประมุข ลมุล ผวจ.ปัตตานี กล่าวถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยครูหลังจากที่ได้มีการปรับแผนตามข้อสั่งการขอนายกรัฐมนตรีว่าขณะนี้ได้สั่งการมาตรการรักษาความปลอดภัยในภาพรวมของจังหวัด ว่าส่วนไหนเป็นกำลังหลัก กำลังไหนเป็นกำลังเสริม และได้เรียกประชุม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำศาสนา ครูและเขตพื้นที่การศึกษา ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง เมื่อวานนี้เพื่อให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เข้ามาช่วยในการดูแลพื้นที่ อีกด้วย
สำหรับมาตรการที่ได้มีการปรับแผนคือ 1. ให้ปรับแผน รักษาความปลอดภัยครู ให้มีความปลอดภัยสูงสุดโดยให้โรงเรียนครู เป็นศูนย์กลาง และให้วิเคราะห์ข้อมูลเป็นรายพื้นที่ เป็นรายโรงเรียน โดยให้บูรณาการ กำลังทั้ง 3 ฝ่าย รปภ. ครูทั้งแต่ที่บ้าน/บ้านพัก-เส้นทาง-โรงเรียนตลอด 24 ชั่วโมง และพิจารณาใช้รถหุ้มเกราะรับ-ส่งครู ตามความจำเป็นและสถานการณ์และ กรณี ครูไทยพุทธไม่เพียงพอ ให้พิจารณาครู จากตำแหน่ง จากตำรวจตระเวนชายแดนทหาร ทหารพราน ที่มีวุฒิการศึกษาและสมัครใจ เข้าสอนแทน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับการสอน และ จัดวาง ระบบการติดต่อสื่อสาร ระหว่างครู และ ชุด รปภ. ให้รัดกุมยิ่งขั้น โดยต้องสื่อสารกันได้ตลอด 24 ชั่วโมง
2.ในการปฏิบัติงานในพื้นที่ วิเคราะห์พื้นที่ปฏิบัติการ และวางกำลังให้สอดคล้องกับพื้นที่และสถานการณ์โดย ฉก.จังหวัด วิเคราะห์พื้นที่ลงรายละเอียดถึงตำบลหมู่บ้าน และแบ่งพื้นที่ตามระดับความรุนแรง 3 ระดับ คือ ระดับ 1 เหตุการณ์ใช้กำลังทหารเป็นหลัก ผสมตำรวจ และ อส. ระดับ 2 เหตุการณ์ปานกลาง.ช้กำลังทหารเป็นหลักแต่ลดจำนวนลง ระดับที่ 3 เหตุการณ์เบาบางถึงน้อยใช้กำลังพลเรือนและตำรวจ เป็นหลัก และให้ทหารจัดกำลังเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็ว เพื่อไว้คลี่คลายเหตุการณ์ และแก้ไข้ปัญหา
3.การปฏิบัติในข้อ 1 และ 2 ต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน สร้างความพอใจ ความเชื่อมั่น และศรัทธาต่อประชาชน และต้องไม่สร้างเงื่อนทั้งในระดับพื้นที่และระดับสากล และหากมีกำลังพลใดปฏิบัติผิดไปจากคำสั่งนี้ จะต้องถูกลงโทษอย่างเด็ดขาด
4.ให้ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดทำแผนการปฏิบัติเพื่อรองรับมาตรการ 1 และ 2 วิเคราะห์พื้นที่ ปฏิบัติประกอบแผนการใช้กำลัง การวางกำลัง และความต้องการกำลังเสนอ รอง.ผอ.รมน./ผบ.ทบ.พิจารณาภายในวันที่ 20 ธันวาคม2555 ทั้งนี้ ก่อนเสนอแผนการปฏิบัติให้ กอ.รมน.ภาค ส่วนหน้า ปรับกำลัง พลเรือน ตำรวจ ทหาร ดำเนินการตามการสั่งการให้เรียบร้อย
ผวจ.ปัตตานี กล่าวอีกว่า จากสถานการณ์ การก่อเหตุรุนแรง กับครู บุคลากรทางการศึกษาและวางเพลิงสถานศึกษาในหลายอำเภอของจังหวัดปัตตานี ทำให้ประชาชน และข้าราชการ ที่ปฏิบัติงานในตำบลหมู่บ้าน เกิดความไม่มั่นใจในมาตรการการนรักษาความปลอดภัยของหน่วยงานรัฐ เพื่อให้ประชาชนและข้าราชการเกิดความเชื่อมั่น และเพื่อปฏิบัติตามแผนการรักษาความปลอดภัย ครู บุคลากรทางการศึกษาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีเอกภาพ มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง
ทั้งนี้จึงให้นายอำเภอ ดำเนินการดังนี้ 1. ให้อำเภอจัดเวทีผู้นำสี่เสาหลัก 2.จัดตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความปลอดภัยครู 3.จัดประชุม 4 ฝ่ายประกอบด้วย ฝ่ายปกครอง , ทหาร, ตำรวจและสถานศึกษาเพื่อพิจารณาสถานภาพโรงเรียนในพื้นที่ทั้งหมดและเพื่อปรับแผนรักษาความปลอดภัยครู 4.จัดแผนเผชิญเหตุ เฉพาะโรงเรียนกรณีพิเศษ 5.ออกคำสั่งอำเภอมอบหมายให้ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำตำบล
นอกจากนี้ 6.ให้ปรับห้วงเวลาการตรวจสอบและรายงานเหตุการณ์ทางวิทยุสื่อสารประจำจังหวัดและอำเภอ 7.ให้นายอำเภอเป็นผู้นำส่วนราชการ ปลัดอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนา กรรมการโรงเรียน ครู และผู้บริหารโรงเรียน ลงพื้นที่เพื่อพัฒนาสัมพันธ์ ระหว่างชุมชน 8.ให้อำเภอรายงานการปฏิบัติตามแผนรักษาความปลอดภัยครู







