
สังคมอุดมสติ
การชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ก่อให้เกิดความตึงเครียดต่อสังคมไทยในทุกระดับ
กว่าสองสัปดาห์แนวโน้มของสถานการณ์ชี้ไปในทิศทางรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ แม้ว่าแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงสามารถควบคุมมวลชนไปบนกรอบสันติ อหิงสา ก็ตาม แต่การใช้มวลชนออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาล เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง กลับกลายเป็นสิ่งที่สังคมไม่อาจวางใจได้
จวบกระทั่งวันที่ 28 มี.ค. ประชาชนคนไทยเริ่มมีความคาดหวังมากขึ้นว่า ในท้ายที่สุดของวิกฤตการณ์ทางการเมืองครั้งนี้อาจได้ข้อยุติโดยไม่มีความรุนแรง เมื่อแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงและรัฐบาลตัดสินใจร่วมกันในการยุติความขัดแย้งด้วยการเจรจา
จริงอยู่การเจรจาอาจไม่ได้ข้อยุติร่วมกันอย่างสมบูรณ์ การเจรจาครั้งเดียวอาจไม่บรรลุความต้องการของทั้งสองฝ่าย แต่เป็นการเริ่มต้นในรูปแบบที่มนุษย์ในโลกอารยะเลือกใช้เป็นทางเลือกแรกเพื่อแก้ปัญหา
มนุษย์เป็นสัตว์ประเสริฐ ต่างจากสัตว์โลกอื่นๆ ที่ตัดสินปัญหาด้วยการใช้กำลังเข้าบดขยี้ห้ำหั่นกัน ก็ด้วยเหตุนี้การเจรจาครั้งแรกระหว่างรัฐบาลกับคนเสื้อแดงสามารถเกิดขึ้นได้ในครั้งนี้ กุญแจสำคัญคือ การตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้ส่งสัญญาณผ่านการวิดีโอลิงก์มายังกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างชัดเจนว่า การต่อสู้และการเจรจาของคนเสื้อแดงจากนี้ไป ไม่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ และอย่าให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลายเป็นเงื่อนไขใดๆ ในการต่อสู้ โดยให้คำนึงถึงสิ่งเดียวคือ ประชาธิปไตยที่แท้จริง
ประการนี้สอดคล้องต้องกันกับที่ฝ่ายรัฐบาลต้องการ ดังที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ตอกย้ำมาโดยตลอดว่าการเจรจาเพื่อหาทางออกจากปัญหาความขัดแย้ง จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อการเจรจาตั้งอยู่บนความต้องการให้ประเทศคืนสู่ความสันติสุข โดยต้องไม่มีการกำหนดเงื่อนไขเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง
ดังที่สังคมรับทราบ เงื่อนไขการเจรจาของกลุ่มคนเสื้อแดงในบัดนี้เหลือพียงให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ถือได้ว่าเป็นสิ่งที่มีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ ซึ่งรัฐบาลเองไม่ได้มีการปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว และพร้อมดำเนินการหากการยุบสภาทำให้สังคมคืนกลับสู่สภาพสันติ
เมื่อเห็นสอดคล้องร่วมกัน ปัญหาจึงมีเพียงว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมกำหนดกรอบระยะเวลาที่เป็นไปได้ร่วมกันอย่างไร โอกาสผ่านพ้นวิกฤตย่อมเกิดขึ้นได้ หากทุกฝ่ายยึดความผาสุกของประชาชนคนไทยเป็นเป้าหมายจริง







