
รวบตีนแมวแสบลักทรัพย์บ้านอดีตตร.ใหญ่
จับคนร้ายลักทรัพย์บ้านอดีตบิ๊กตำรวจ-อดตอธิบดีกรมพลศึกษา พบก่อเหตุมาแล้ว20-30ครั้งในเขตประเวศน์-พระโขนง-บางนา
จับคนร้ายลักทรัพย์บ้านอดีตบิ๊กตำรวจ-อดตอธิบดีกรมพลศึกษา พบก่อเหตุมาแล้ว20-30ครั้งในเขตประเวศน์-พระโขนง-บางนา
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รองผบช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการยาเสพติดกก.สส.บก.น.4 แถลงจับกุม นายเอนกหรือตั้ม ถิ่นวิลัย อายุ 27 ปี ผู้ต้องหาลักทรัพย์พร้อมของกลางอาวุธปืนรีวอลเวอร์ ไทยประดิษฐ์ ขนาด.38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน 6 นัด ทรัพย์สินที่ขโมยมาจำนวนหนึ่ง และยาไอซ์และ1 ถุงน้ำหนักรวม 80 กรัม ขยายผลต่อจับกุมได้อีก 2 คน คือ นายวรสันติ์หรือโต้ หลุมเพชร อายุ 43 ปี และนายสุพัฒน์ หรือแบงค์ หงส์แก้ว อายุ 24 ปี
ชุดสืบสวนขยายผลจากกลุ่มผู้ต้องหาคดียาเสพติด ได้ข้อมูลว่านายอเนกหรือ ตั้ม มีพฤติการณ์ชอบพกพาอาวุธปืนและลักทรัพย์ตามบ้านเรือนของประชาชน โดยเช่าบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณภายในซอยสวนสยาม 13 กระทั่งจับกุมตัวได้พร้อมของกลางดังกล่าว โดยจะก่อเหตุมาประมาณ 20 – 30 ครั้งในพื้นที่เขตประเวศน์ พระโขนง บางนา อาศัยช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่ในบ้านพักแล้วขึ้นไปก่อเหตุยกเค้าเพียงลำพัง แล้วนำของไปเก็บไว้ที่บ้านพักแล้วนำไปขายที่ย่านบางนาและสำโรง บางครั้งจะเรียกกลุ่มขับรถแท็กซี่มารับและเก็บทรัพย์สินที่ได้มาบางส่วน
ถ้าเป็นทรัพย์สินขนาดใหญ่ จะนำไปฝากให้นายวรสันต์หรือโต้ เก็บรักษาไว้เพื่อรอจำหน่าย รวมถึงนำของกลางซึ่งเป็นปืนลูกซองเล็กยาว คาดว่าจะเป็นของพล.ต.ต.ปิยะพล โมกขวัฒนะ อดีตผบก.จตร. นรต.รุ่น 28 เป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. พล.ต.อ.ภานุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี และพล.ต.ท.จรัมพร สุระมณี ผู้ช่วยผบ.ตร. ไปฝากไว้ที่บ้านนายสุพัฒน์หรือแบงค์ รวมถึงเคยไปก่อเหตุลักทรัพย์บ้านนายพิทักษ์ พลขันธ์ อดีตรองอธิบดีกรมพลศึกษา ถึง 4 ครั้ง ได้ทรัพย์สินไปกว่า 7 แสนบาท ทั้งนี้ หาประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวคาดว่าจะถูกคนร้ายกลุ่มนี้ลักทรัพย์ตามบ้านของให้เข้ามาดูของกลางได้ที่บก.น.4 ทันที
จากการสอบปากคำนายเอนกหรือตั้มให้การรับสารภาพว่า ยอมรับว่าตนเองเป็นคนเข้าไปก่อเหตุขโมยทรัพย์สินภายในบ้านเรือนประชาชนหลายมาประมาณ 10 – 20 ครั้ง ซึ่งมาก่อเหตุหนักๆ ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา โดยเคยติดคุกข้อหาคดีลักทรัพย์เมื่อปี 2553 และพ้นโทษออกมาจากคุกมาเมื่อปี 2554 แล้วก็เหตุมาเรื่อยๆ เพื่อเอาเงินมาใช้และเสพยาเสพติด โดยมักจะขึ้นไปก่อเหตุคนเดียวเกือบทุกครั้ง แต่ถ้าเป็นของใหญ่ก็ชักชวนเพื่อนให้มาช่วยกันขนของออกจากบ้านไป โดยฝากนายวรสันต์หรือโต้ ไปขายต่อ และนายสุพัฒน์ หรือแบงค์ รวมมูลค่าทรัพย์ทั้งหมดที่ประมาณเกือบ 1 ล้านบาท
เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวนายอเนกว่ามีอาวุธและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ลักทรัพย์หรือรับของโจร ส่วนนายวรสันต์หรือโต้ถูกแจ้งข้อกล่าวหาลักทรัพย์หรือรับของโจร และนายนายสุพัฒน์ หรือแบงค์ ถูกแจ้งข้อกล่าวหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย







