
บทเรียนจากญี่ปุ่น
พรรคแอลดีพีของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้รับคะแนนโหวตอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวานนี้ แน่นอนแล้วว่า อาเบะกับแนวทางอนุรักษนิยม กำลังจะกลับเข้ามาครองอำนาจเหนือแผ่นดินญี่ปุ่นอีกครั้ง
พรรคแอลดีพีของอดีตนายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้รับคะแนนโหวตอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวานนี้ แน่นอนแล้วว่า อาเบะกับแนวทางอนุรักษนิยม กำลังจะกลับเข้ามาครองอำนาจเหนือแผ่นดินญี่ปุ่นอีกครั้ง
มีหลายปัจจัยที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นหันกลับไปเลือกพรรคแอลดีพี แน่นอนว่ามีทั้งประเด็นความขัดแย้งกับเพื่อนบ้านอย่างจีน ที่ญี่ปุ่นต้องการความเข้มแข็งมากกว่าที่เป็นอยู่กับการต่อรองอำนาจกับจีน ที่กำลังทวีความเป็นมหาอำนาจขึ้นทุกขณะ
แต่กระนั้นก็ตาม ผลการเลือกตั้งที่ออกมานั้น กำลังแสดงให้เห็นว่าปัญหาเศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นกำลังทำให้ประชาชนไม่พอใจอย่างมากที่สุด แม้ว่าพรรคแอลดีพีของอาเบะนั้นจะสนับสนุนการกลับมาใช้พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งคนญี่ปุ่นกำลังหวาดกลัวก็ตาม
ญี่ปุ่นหยุดการใช้พลังงานนิวเคลียร์มาระยะหนึ่งครับ นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟูกุชิมา หลังเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2554 เป็นต้นมา ซึ่งทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นหยุดการเดินเครื่องโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั่วประเทศ และกลับมาตรวจสอบความปลอดภัยกันใหม่
แต่ทว่าเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่พึ่งพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก มีเตาปฏิกรณ์ถึง 52 เตาทั่วประเทศ ที่คอยหล่อเลี้ยงภาคอุตสาหกรรมหนัก
นโยบายการลดการพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลญี่ปุ่นชุดก่อนนั้น ทำให้ญี่ปุ่นจำเป็นต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเข้ามาทดแทนพลังงานนิวเคลียร์ที่หายไป และนั่นคือเหตุผลที่ซ้ำเติมเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้เลวร้ายลงไปอีก เมื่อการนำเข้าพลังงานเหล่านั้นได้ทำให้ระดับการขาดดุลการค้าของญี่ปุ่นเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ
ญี่ปุ่นและไทยมีความคล้ายคลึงและเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กันจนแยกไม่ออก ทั้งสองประเทศเป็นประเทศที่ต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ เพราะไม่มีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่
นั่นคือความเหมือนกันในด้านหนึ่งของทั้งสองประเทศ แต่ทว่าสำหรับญี่ปุ่นนั้น พลังงานนิวเคลียร์คือความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีและจำเป็นต้องเลือก
ผลการเลือกตั้งในครั้งนี้ จึงทำให้เห็นว่าแม้ญี่ปุ่นจะเริ่มหวาดกลัวนิวเคลียร์มากขึ้น แต่ญี่ปุ่นก็จำเป็นที่จะต้องกลับไปใช้นิวเคลียร์เช่นเดิม เพื่อฉุดรั้งไม่ให้เศรษฐกิจต้องพบกับภาวะการขาดดุลการค้ามากไปกว่านี้
สำหรับประเทศไทยขณะที่ปริมาณการใช้พลังงานในประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ทางเลือกของพลังงานในไทยกลับน้อยลง ประเทศไทยปฏิเสธการใช้พลังงานในหลายๆ ด้านที่มีราคาถูกกว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลังงานจากถ่านหินและพลังงานนิวเคลียร์ ทำให้ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สภาวะการไร้ซึ่งความมั่นคงทางพลังงานอย่างชัดเจน
และนั่นทำให้เราต้องหันไปพึ่งพาการซื้อพลังงานจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทำให้เราตกเป็นเบี้ยล่างอยู่ร่ำไปครับ







