
กฎหมายควบคุมปืนมะกัน
เป็นประเด็นที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องหันมาจับจ้องสหรัฐอีกครั้ง สำหรับเรื่องของการควบคุมการถือครองอาวุธปืน หลังจากที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุมือปืนกราดยิงในโรงเรียนประถมแซนดี ฮุก ที่รัฐคอนเนกทิคัต จนทำให้มีเด็กนักเรียนและครูเสียชีวิตรวม 28 คน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสะเทือนขวัญอีกครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สหรัฐ
เป็นประเด็นที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องหันมาจับจ้องสหรัฐอีกครั้ง สำหรับเรื่องของการควบคุมการถือครองอาวุธปืน หลังจากที่เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุมือปืนกราดยิงในโรงเรียนประถมแซนดี ฮุก ที่รัฐคอนเนกทิคัต จนทำให้มีเด็กนักเรียนและครูเสียชีวิตรวม 28 คน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุสะเทือนขวัญอีกครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สหรัฐ
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ได้นำเสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ที่ชี้ถึงสาเหตุที่ทำให้การออกกฎหมายควบคุมการถือครองอาวุธปืนในสหรัฐอย่างเข้มงวดไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ทั้งๆ เกิดเหตุสังหารหมู่อยู่บ่อยครั้งว่า เกิดจากภูมิหลังทางประวัติศาสตร์ของสหรัฐเมื่อครั้งเริ่มก่อตั้งประเทศที่หลายรัฐกำหนดให้ประชาชนถือครองอาวุธปืนเพื่อปกป้องและคุ้มครองตนเอง
ในเวลาต่อมา รัฐธรรมนูญของสหรัฐถือว่าเป็นสิทธิขั้นโดยชอบธรรมที่ประชาชนจะถือครองอาวุธได้ในดินแดนแห่งเสรี และเป็นสิทธิที่ไม่สามารถล่วงละเมิดได้
อีกทั้งในปี 2008 และ 2010 ศาลรัฐธรรมนูญก็ออกกฎหมายจำกัดอำนาจของรัฐบาลท้องถิ่น ที่จะไปเข้มงวดการถือครองอาวุธปืนของประชาชนอีกด้วย
ดังนั้น การถือครองอาวุธปืนของคนทั่วไปจึงทำได้อย่างง่ายดาย โดยสถิติชี้ว่ามีปืนถึง 270 ล้านกระบอก ที่อยู่ในมือของประชาชนอเมริกัน จนทำให้กลายเป็นประเทศที่มีประชาชนที่มีอาวุธปืนอยู่ในมือเฉลี่ยต่อจำนวนประชากรต่อหัวมากที่สุดในโลกในเวลานี้
นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ เรื่องของการเมืองและกลุ่มผลประโยชน์ที่คอยขัดขวางการออกหมายการกวดขันการถือครองอาวุธปืน โดยเฉพาะจากสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) ที่คอยอยู่เบื้องหลังในการสนับสนุนการเลือกตั้งของนักการเมืองในสภาเกือบจะทุกๆ 4 ใน 5 คนที่อยู่ในสภาคองเกรส และยังร่วมมือกับพรรครีพับลิกันในการล้มกฎหมายการควบคุมอาวุธปืนในชั้นศาลอีกด้วย







