
ปชป.ปลุกใจลูกพรรคพา"มาร์ค"เป็นนายกฯอีกรอบ
เลขาฯ ปชป.ปลุกใจลูกพรรคเดินหน้าพา "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯอีกรอบ เชื่อเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทย ไม่ถึง 220 เสียง ฟันธง ประชามติแก้รธน. ไม่ถึง 15 ล้านเสียง
เลขาฯ ปชป. ปลุกใจลูกพรรคเดินหน้าพา "อภิสิทธิ์" เป็นนายกฯอีกรอบ เชื่อเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อไทย ไม่ถึง 220 เสียง ฟันธง ประชามติแก้รธน. ไม่ถึง 15 ล้านเสียง
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน สส.ประจวบคีรีขันธ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดการสัมมนากรรมการบริหาร สส.พรรค ที่ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า ขอขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ร่วมกันทำงาน โดยเฉพาะการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา ที่ทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลชุดนี้มีการทุจริต เช่นเดียวกับ ส.ส.อีกด้านหนึ่งนั้นแม้จะไมได้มาชี้แจงตอบโต้ แต่เป็นกำลังสำคัญในการรักษาพื้นที่และฐานเสียงของพรรค ทำให้เดินไปเป้าหมายสู่ข้างหน้าทำให้ประชาธิปัตย์เป็นความหวังของประเทศ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพรรคทำงานเป็นทีมเวิร์คมากขึ้น แบ่งภาระชัดเจน โดยเตรียมจะฟื้นสาขาพรรคที่เป็นจุดแข็งของพรรค รวมทั้งงานกิจการเยาวชนที่มีนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรครับผิดชอบดูแล เพื่อสร้างฐานของพรรคในอีก 5-20 ปี ดังนั้นการทำงานข้างหน้าถือเป็นภาระหนักของทุกคนนอกจากนี้จากการที่พรรคประชาธิปัตย์ให้ประชาชนร่วมบริจาคภาษีผ่านหมายเลข 001 นั้น ซึ่งถือเป็นเงินประชาชนที่มาดูแลพรรค พรรคไม่เคยไปง้อขอเงินใคร เราดูแลกันเอง สามารถขับเคลื่อนภารกิจของพรรคไปสู่เป้าหมายโดยไม่เบียดเบียนใคร
นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้รอดูการทำประชามติ ที่รัฐบาลคุยว่ามี 15 ล้านเสียง ซึ่งเชื่อว่าคงเหลือไม่ถึงแน่นอน ส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยมี 11ล้านเสียง จะเพิ่มมากขึ้นแน่นอน ทำให้ระยะห่างของทั้ง 2 พรรค ไม่มากอย่างที่คิด ถ้ารัฐบาลแน่จริงก็ขอให้บริหารประเทศอย่างนี้ต่อไป เชื่อว่าที่พรรคเพื่อไทยคุยโวว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าจะได้ 250 เสียง คงเหลือแค่ 220เสียงก็เก่งแล้ว เพราะคนไทยรู้แล้วว่าอะไรดีอะไรชั่ว”นายเฉลิมชัยกล่าวและว่า การสัมมนาต่อจากนี้จะเป็นการกำหนด แนวนโยบาย ยุทธศาสตร์ของพรรค เพราะเราต้องเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ ที่ไม่รู้จะเกิดขึ้นเมื่อไร ยืนยันว่าตนเองจะทำงานให้ดีที่สุด เพื่อช่วยให้พรรคไปสู่เป้าหมายอย่างที่ตั้งใจ และจะนำหัวหน้าพรรคกลับมาเป็นนายกฯ อีกครั้ง
"มาร์ค" ย้ำเดินหน้าสร้างความเข้มแข็ง ยันไม่กลัวคุกคาม
ด้าน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หัวใจในการทำงานของคือการเลือกตั้งที่ต้องเตรียมตัวตลอดเวลา มีการพูดคุยแลกเปลี่ยน เข้าใจดีว่าเพื่อน สส.ทุกคนห่วงใยมากที่สุดคือการเลือกตั้ง ว่าเราจะประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหน ในส่วนของการที่เราจะเพิ่มที่นั่งสส.ของพรรค ก็ต้องย้ำว่าเราจะต้องเพิ่มความเข้มแข็ง เพื่อไปสู่เป้าหมาย และ แม้ว่าในการต้อสู้ทางการเมืองในขณะนี้ชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ของ 2 ฝ่าย ซึ่งนอกเหนือจะเป็นการแข่งขันทางการเมืองตามปกติแล้ว ยังเป็นการสะท้อนความคิดค่านิยม อุดมการณ์ที่มีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายราเมศ เป็นการตอกย้ำครั้งหนึ่งว่าในยุคปัจจุบันคนที่ต่อสู้ คนที่เห็นต่างกับคนที่มีอำนาจ มีความสุ่มเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา ต่อปัญหาการคุกคาม การใช้ความรุนแรงเพราะฉะนั้น คำพูดที่ว่าแก้ไข ไม่แก้แค้นก็จะได้ยินเป็นระยะๆจากนายกฯ แต่การกระทำที่จะสะท้อนว่าแก้ไขไม่แก้แค้น ซึ่งไม่ใช่แค่พรรคประชาธิปัตย์ องค์กรที่เขาทำหน้าที่เป็นกลาง ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบหรือแม้กระทั่งองค์กรสื่อ องค์กรเอกชน ไม่มีใครเล็ดลอดไปจากการที่ผู้มีอำนาจในขณะนี้พยายามเอื้อมมือเข้าไป ถ้าเอามาเป็นพวกไม่ได้ ก็เล่นงานเต็มที่เหมือน กับที่เพื่อนส.ส. เราเมื่อวานในหลายพื้นที่ก็พูดดชัดเจนว่า หากเจรจากันไม่ได้ ก็มาไล่บี้กันเต็มที่
"ผมขอเป็นกำลังใจให้พวกเรา อย่าให้พวกเราตกใจ ผีมันไม่หลอกคนที่ไม่กลัว รัฐบาลก็น่าจะฉลาดกว่าผี อย่ามาเสียเวลากับพวกเราเลย พวกเราไม่กลัว และถ้ายิ่งทำก็จะมีคนไม่กลัวมากขึ้นในแผ่นดินนี้ ถ้าเราปรับตัวให้เห็นว่าเราไม่กลัว เพราะฉะนั้นขอให้เรามีกำลังในการต่อสู้”นายอภิสิทธิ์ กล่าว







