posttoday
ไป"ระรึกชาติ"ที่ศรีลังกา(3)

ไป"ระรึกชาติ"ที่ศรีลังกา(3)

18 ธันวาคม 2555

ที่กรุงแคนดี เมืองหลวงแห่งสุดท้ายของราชอาณาจักรลังกา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วที่พระวิหารพระเขี้ยวแก้วอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธสิงหลและชาวต่างชาติจำนวนมากที่ไปเยี่ยมชมสักการะด้วย

ที่กรุงแคนดี เมืองหลวงแห่งสุดท้ายของราชอาณาจักรลังกา ผู้เขียนได้มีโอกาสไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วที่พระวิหารพระเขี้ยวแก้วอีกครั้ง ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของชาวพุทธสิงหลและชาวต่างชาติจำนวนมากที่ไปเยี่ยมชมสักการะด้วย

ณ บริเวณข้างพระวิหารพระเขี้ยวแก้ว มีอนุสาวรีย์ของบุคคลสำคัญของชาวพุทธตั้งเด่นเป็นสง่า คือ ท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ ผู้มีส่วนสำคัญยิ่งในการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป ทำให้สังเวชนียสถานต่างๆ โดยเฉพาะสถานที่ตรัสรู้ที่พุทธคยา และสถานที่แสดงพระปฐมเทศนาที่สารนาถ เป็นที่ที่ชาวพุทธทั่วโลกสามารถเข้าไปเคารพบูชา และสร้างวัดของชาติต่างๆ หากปราศจากท่านผู้นี้ พุทธคยาอาจยังเป็น “กรรมสิทธิ์” ของชาวฮินดู ยากที่ชาวพุทธจะเข้าไปเคารพสักการะเหมือนเช่นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ที่บริเวณรอบทะเลสาบกลางกรุงแคนดี ไม่ไกลจากวิหารพระเขี้ยวแก้วนัก มีร้านหนังสือพระพุทธศาสนา (Buddhist Book Shop) ขนาดเขื่อง มีหนังสือดีๆ เกี่ยวกับพระพุทธศาสนามากมาย ทั้งภาษาสิงหล ภาษาอังกฤษ และภาษาบาลี เช่นเดียวกับที่กรุงโคลัมโบ ก็มีร้านหนังสือลักษณะเดียวกัน โดยพนักงานขายนอกจากมีอัธยาศัยดีแล้ว ยังมีความรู้เรื่องหนังสือในร้านดีพอสมควรด้วย ผู้เขียนได้หนังสือดีๆ หลายเล่มจากร้านหนังสือสองแห่งนั้น รวมทั้งเล่มสำคัญเล่มหนึ่ง คือ หนังสือชีวประวัติของท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ

ท่านอนาคาริกะ ธรรมปาละ เดิมชื่อ เดวิด เหวาวิธารณ์ (David Hewavidharne) ท่านเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2407 ในตระกูลผู้ดีชาวสิงหล บิดาเป็นเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ ชื่อ เดวิด เป็นชื่อคริสเตียนตามประเพณีนิยมในศรีลังกาสมัยอาณานิคม ที่คริสต์ศาสนามีบทบาทสูง และมีการเคลื่อนไหวเพื่อเชิญชวนคนพื้นเมืองให้เปลี่ยนไปนับถือศาสนาของเจ้าอาณานิคม แน่นอนว่าสมัยนั้นโรงเรียนดีๆ ในศรีลังกาเป็นโรงเรียนของชาวคริสต์ เดวิดก็เข้าเรียนในโรงเรียนของชาวคริสต์สองแห่ง คือ โรงเรียนเซนต์เบเนดิกต์ และโรงเรียนเซนต์โธมัส ซึ่งทั้งสองโรงเรียนมีการโน้มน้าวให้นักเรียนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์ โดยเฉพาะที่โรงเรียนเซนต์เบเนดิกต์ ให้สวดมนต์สรรเสริญพระแม่มารีทุกครึ่งชั่วโมง มีครูที่เข้มงวด และถือคติ “ไม่ใช้ไม้เรียว เด็กจะเสียคน” (Spare the rod and spoil the child) เมื่อเดวิดไปขออนุญาตลาหยุดโรงเรียนไปวัดในวันวิสาขบูชา ครูไม่อนุญาตและบอกตรงๆ ว่า “ครูมาทำหน้าที่มิใช่แค่สอนหนังสือเท่านั้นนะ แต่มีหน้าที่โน้มน้าวให้พวกเธอเข้ารีตด้วย”

แม้บรรยากาศแวดล้อมจะโน้มนำไปเช่นนั้น แต่เดวิดยังคงดำรงตนมั่นคงในความเป็นชาวพุทธไว้ได้ ผู้มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้เดวิดยังคงเป็นชาวพุทธ คือ พ่อแม่และปู่ย่าตายาย โดยเฉพาะแม่ซึ่งมั่นคงในความเป็นพุทธสูงมาก ทำบุญ ให้ทาน และรักษาศีลอย่างเคร่งครัดเป็นปกติวิสัย

เหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เดวิดยังคงศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา เกิดขึ้นตอนเดวิดอายุได้ 9 ขวบ เขาต้องเดินผ่านวัดโกตาเหนะเป็นประจำขณะไปกลับโรงเรียน ที่วัดแห่งนี้มีพระภิกษุซึ่งเป็นนักเทศน์ชื่อดัง คือ ท่านคุณานันทะ ทางฝ่ายคริสต์พยายามจะทำลายศรัทธาของประชาชนต่อพระภิกษุรูปนี้โดยจัดการโต้วาทีขึ้น ปรากฏว่าฝ่ายคริสต์กลับพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ชื่อเสียงของท่านคุณานันทะระบือไปไกลไม่แต่ภายในศรีลังกาเท่านั้น และเหตุการณ์ครั้งนั้นสร้างความตื่นตัวและภาคภูมิใจให้แก่ชาวพุทธศรีลังกาอย่างกว้างขวาง รวมทั้งเด็กชายเดวิดด้วย

หลังการโต้วาทีที่โด่งดังคราวนั้น สองสามปีมีชาวตะวันตกคนสำคัญสองท่านเขียนจดหมายมาชมเชยท่านคุณานันทะ คือ พ.อ.ออลคอตต์ ชาวอเมริกัน และมาดามบลาวัตสกี ชาวรัสเซีย ทั้งสองได้ร่วมกันก่อตั้ง “สมาคมเทววิทยา” ที่กรุงนิวยอร์ก เมื่อปี พ.ศ. 2418 และมีจดหมายติดต่อกับท่านคุณานันทะเรื่อยมา หลังจากมีจดหมายติดต่อกันหลายฉบับ ท่านคุณานันทะได้แปลจดหมายเหล่านี้ออกตีพิมพ์เผยแพร่ไปในหมู่ชาวพุทธที่มีการศึกษาศรีลังกา ซึ่งที่บ้านของเดวิดก็ได้รับเอกสารดังกล่าวด้วย เดวิดนอกจากได้อ่านเอกสารแล้วยังไปที่วัดของท่านคุณานันทะเป็นประจำ ต่อมาก็มีข่าวดี คือ พ.อ.ออลคอตต์ และมาดามบลาวัตสกี จะเดินทางมาอินเดียและเลยมาศรีลังกาเพื่อภารกิจสำคัญ คือ การช่วย “ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา” เมื่อปี พ.ศ. 2422 ในโอกาสนั้นเอง เดวิดก็ได้พบบุคคลทั้งสองซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจอุทิศชีวิตให้แก่การฟื้นฟูพระพุทธศาสนาในเวลาต่อมา ขณะนั้นเดวิดอายุได้เพียง 15 ปี

ในอดีตชาวศรีลังกาได้พบแต่ชาวตะวันตกที่ดูถูกและโจมตีพระพุทธศาสนา ดังนั้นภาพของ พ.อ.ออลคอตต์ และมาดามบลาวัตสกี ที่เป็นชาวตะวันตก แต่กลับมาปกป้องและสรรเสริญพระพุทธศาสนา รวมทั้งยังคุกเข่าลงกราบพระเถระผู้ใหญ่พร้อมสมาทานศีลห้าและรับไตรสรณคมน์อย่างนอบน้อม สร้างความประทับใจและภาคภูมิใจให้แก่ชาวพุทธศรีลังกาเป็นล้นพ้น

นอกจากความเป็นชาวพุทธแล้ว มาดามบลาวัตสกียังเป็นผู้เชื่อใน “อำนาจลึกลับ” และโน้มน้าวให้เดวิดไปศึกษาเรื่องนี้ที่เมืองอัดยาร์ แต่เมื่อไปถึงมาดามบลาวัตสกีกลับแนะนำให้ศึกษาภาษาบาลีและให้มุ่งทำความดีเพื่อมนุษยชาติแทน ต่อมามาดามบลาวัตสกีถูกฝ่ายคริสเตียนโจมตีจนต้องกลับไปจากศรีลังกา

เดวิดติดต่อและร่วมงานกับ พ.อ.ออลคอตต์ และมาดามบลาวัตสกี ในภารกิจเพื่อฟื้นฟูพระพุทธศาสนาเรื่อยมาจนอายุได้ 20 ปี เดวิดก็เขียนจดหมายไปขออนุญาตพ่อเพื่อ “ละบ้านเรือน” ไปเป็น “พรหมจารี” พ่อพยายามหน่วงเหนี่ยวว่าเป็นลูกคนโตควรสืบทอดดูแลกิจการของครอบครัว แต่เดวิดยืนยันเด็ดเดี่ยวว่าทุกคนย่อมไม่สามารถฝืน “กรรม” ของแต่ละคนได้ ส่วนแม่นอกจากไม่หน่วงเหนี่ยวแล้วยังบอกว่า ถ้าไม่ติดภาระต้องดูแลลูกที่ยังเล็กอีกสองคนจะขอละบ้านเรือนอุทิศชีวิตเพื่อพระศาสนาเหมือนเดวิด จากนั้นเป็นต้นมา ท่านก็เปลี่ยนเพศจาก “ฆราวาส” ธรรมดา มาเป็น “อนาคาริกะ” (ผู้ไม่มีบ้านเรือน) และเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “ธรรมปาละ” คือ “ผู้รักษาธรรม” สืบมา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท