
ร้อยไหมยกกระชับผิดหน้า
การให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้ดูดีและอ่อนเยาว์อยู่เสมอถือเป็นเรื่องที่ดี
การให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองให้ดูดีและอ่อนเยาว์อยู่เสมอถือเป็นเรื่องที่ดี
ยิ่งเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีด้านเสริมความงามพัฒนาอย่างต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง หลายคนจึงเลือกพึ่งพาเทคโนโลยีทางการแพทย์เพื่อคงความอ่อนเยาว์ให้กับผิวหน้าของตัวเอง หนึ่งในเทคนิคเหล่านั้นที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ก็คือ “เทคนิคการร้อยไหมด้วยไหมละลาย”
ดังนั้น เราจึงควรรู้ถึงข้อเท็จจริง ข้อดีและข้อเสียของเทคนิคดังกล่าวก่อนที่จะตัดสินใจเลือกรับบริการ
การร้อยไหม คือ เทคนิคที่นำมาใช้ช่วยยกกระชับ ฟื้นฟูสภาพผิว ลดเลือนริ้วรอย และปรับรูปหน้าให้ดูเรียวด้วยไหมละลายโดยไม่ต้องผ่าตัด
เทคโนโลยีนี้มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี หลักการของเทคนิคนี้ คือ การใช้ไหมเส้นเล็กจำนวนมากมาร้อยเป็นเครือข่ายบริเวณใต้ผิวหนังที่ต้องการร้อยไหมเข้าไป
วิธีการนี้เส้นร้อยไหมจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่มีหน้าที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน และให้สามารถสร้างคอลลาเจนใหม่มาพันรอบแนวเส้นไหม
มีผลให้เกิดการดึงรั้งผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าเต่งตึงและกระชับ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตมาเลี้ยงชั้นผิวหนังเพิ่มขึ้นด้วย
หลักการร้อยไหม ผลข้างเคียง และข้อควรระวังหลังเข้ารับบริการ
ก่อนทำแพทย์จะทายาชาร่วมกับฉีดยาชาในบางตำแหน่งก่อนร้อยไหม หลังจากนั้นแพทย์จะนำเส้นไหมที่อยู่ตรงปลายเข็มเข้าไปยึดตามเนื้อเยื่อผิว โดยจะใช้วิธีการร้อยเรียงเส้นไหมและแพทย์จะพิจารณาตามโครงหน้าของคนไข้เป็นหลักในเวลาเพียง 20-40 นาที
ขณะทำจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อย อาจพบรอยช้ำตามแนวรอยไหมได้บ้าง ร่วมกับอาการบวม แต่จะหายไปเองโดยไม่ต้องพักฟื้นภายใน 1-2 สัปดาห์ และจะเห็นผลชัดเจนในช่วงประมาณ 2 เดือนหลังร้อยไหม
รวมถึงอาจจะเห็นผลต่อเนื่องนานประมาณ 12 ปี หลังจากนี้ก็ต้องมาทำการร้อยไหมใหม่อีกครั้ง
เนื่องจากการร้อยไหมละลายไม่ได้เย็บไหมไว้ด้านในชั้นผิวหนัง SMAS (Superficial Musculo Aponeurotic System) ซึ่งอยู่ลึกกว่าผิวชั้นหนังแท้ จึงไม่อาจทำให้เกิดความแข็งแรงเทียบเท่าการผ่าตัดดึงหน้า
ใครที่จะเลือกใช้เทคนิคการกระชับใบหน้าด้วยวิธีการนี้ต้องปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีผลข้างเคียงหรืออาจไม่ได้ผลอย่างที่คิด







