
ต้องตรวจสอบดีเอสไอ
กรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องพิสูจน์ตัวเอง และชี้แจงกับสังคมให้ได้ว่า การแจ้งข้อกล่าวหากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายข้าราชการประจำอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือไม่ได้รับใช้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
กรมสอบสวนคดีพิเศษจะต้องพิสูจน์ตัวเอง และชี้แจงกับสังคมให้ได้ว่า การแจ้งข้อกล่าวหากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในข้อหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล จากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองปี 2553 เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายข้าราชการประจำอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ได้ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือไม่ได้รับใช้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
โดยเฉพาะนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งอยู่ร่วมในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) และเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการชี้แจงกับสังคมในเหตุการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดงปี 2553 ร่วมกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น โดยมีนายอภิสิทธิ์ในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดใน ศอฉ. ดังนั้นนายธาริตจึงย่อมรู้ดีว่าข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นใน ศอฉ. ขณะนั้นเป็นอย่างไร
มาถึงวันนี้ สิ่งที่ค้างคาใจสังคมอยู่ก็คือ ในช่วงที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นายธาริตก็ทำหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพรรคประชาธิปัตย์อย่างแนบแน่นในการเผชิญหน้ากับคนเสื้อแดง พอภายหลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโดยพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์กลับไปเป็นฝ่ายค้าน นายธาริตก็พลิกขั้วกลับมาทำงานร่วมกับพรรคเพื่อไทยได้อย่างน่าฉงนสงสัย จึงเกิดคำถามถึงความน่าเชื่อถือของนายธาริตในสายตาประชาชน
ทั้งนี้ ก็เพราะเป็นสิ่งที่ยากมากที่จะทำให้สังคมเข้าใจว่านายธาริต เป็นข้าราชการประจำที่มีความเป็นมืออาชีพสูง และทำหน้าที่ของตัวเองอย่างตรงไปตรงมาโดยไม่มีอคติ ไม่ว่าพรรคการเมืองไหนจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ตาม ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นจริงก็ถือว่าเป็นโชคดีของประเทศไทยที่มีข้าราชการประจำที่มีคุณธรรมสูงส่งและมีธรรมาภิบาล แต่ในทางตรงกันข้ามหากเกิดจากอคติส่วนตัวก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่โดยมิชอบ
ดังนั้น เพื่อเป็นการตรวจสอบการทำหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างเข้มข้นเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง จึงเห็นด้วยกับแนวทางของนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะตรวจสอบพฤติกรรมของนายธาริต ด้วยการฟ้องดำเนินคดีกับนายธาริตในข้อหา เป็นพนักงานสอบสวนปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 200 ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิต
ทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ก็คือการใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน โดยเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายสามารถตรวจสอบซึ่งกันและกันได้ เพราะประเด็นที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของข้อกฎหมายที่จะต้องไปต่อสู้กันตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าหน่วยงานของรัฐได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่







