posttoday
พยานโจทก์โชว์ซีดีแกนนำนปช.ปลุกระดม

พยานโจทก์โชว์ซีดีแกนนำนปช.ปลุกระดม

14 ธันวาคม 2555

สืบพยานโจทก์นัดแรกคดีก่อการร้าย นายทหารกรมข่าวทหารบก ย้อนเหตุการณ์ชุมนุมรุนแรงปี 53 โชว์ซีดีประมวลภาพแกนนำ นปช.ปราศรัยปลุกระดม

สืบพยานโจทก์นัดแรกคดีก่อการร้าย นายทหารกรมข่าวทหารบก  ย้อนเหตุการณ์ชุมนุมรุนแรงปี 53 โชว์ซีดีประมวลภาพแกนนำ นปช.ปราศรัยปลุกระดม

ที่ห้องพิจารณา 704 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 14 ธ.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ศาลสืบพยานโจทก์ครั้งแรกคดีหมายเลขดำ อ.2542/2553 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และกลุ่มผู้ค้าที่ได้รับความเสียหายรวม 42 ราย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวีระ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) , นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย , นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ , นพ.เหวง โตจิราการ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. กับพวกรวม 24 คน เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย , ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คน ขึ้นไป ทำให้ปรากฏต่อประชาชนด้วยวาจา เพื่อประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง และร่วมกันชุมนุม ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน กรณีระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 20 พ.ค.53 กลุ่ม นปช. ชุมนุมกดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ยุบสภา


โดยวันนี้อัยการโจทก์ นำ พ.อ.ธนากร โชติพงษ์ นายทหารปฏิบัติการ กรมข่าวทหารบก เบิกความสรุปว่า ขณะเกิดเหตุ พยานเป็น รอง ผอ.กองข่าว กรมข่าวทหารบก ได้รับแต่งตั้งเข้าปฏิบัติหน้าที่นายทหารส่วนข่าวร่วมศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อรวบรวมรายงานข่าวสรุปสถานการณ์ประจำวันเสนอผู้บังคับบัญชา โดยการชุมนุมของกลุ่ม นปช. เริ่มเคลื่อนผู้ชุมนุมจากต่างจังหวัด เมื่อวันที่ 12 มี.ค.53 เพื่อกดดันรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ยุบสภา และคืนอำนาจให้ประชาชน ซึ่งยกเหตุว่านายอภิสิทธิ์ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยไม่ชอบธรรม ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ขณะที่การชุมนุมช่วงแรกยังเป็นไปโดยสงบแต่เมื่อมีผู้ชุมนุมมากขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 60,000-70,000 คน ก็มีการเข้ายึดพื้นที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และสี่แยกราชประสงค์ในการชุมนุม และเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น เช่น มีการยิง เอ็ม 79 ,ขว้างระเบิด เอ็ม 26 ,ระเบิด เอ็ม 67 และยิงจรวดอาร์พีจี เข้าไปในพื้นที่ราชการ ขณะที่การข่าวไม่ชี้ชัดได้ว่าเป็นบุคคลใดบ้าง แต่พบว่าน่าจะเชื่อมโยงกับผู้ชุมนุมที่สถานการณ์เกิดในช่วงเดียวกัน และนอกจากในพื้นที่ กทม. แล้วยังมีการชุมนุมในต่างจังหวัดด้วย เช่น อุดรธานี อุบลราชธานี เชียงใหม่

ส่วนการสูญเสียเริ่มเมื่อวันที่ 10 เม.ย.53 ศอฉ.ได้ขอกระชับพื้นที่ บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ - สี่แยก คอกวัว ซึ่งมีการปะทะของกำลังเจ้าหน้าที่กับกลุ่มผู้ชุมนุม ที่มีบุคคลไม่ทราบฝ่ายรวมอยู่ด้วยและมีการยิงใส่เจ้าหน้าที่เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายนาย อาทิ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รอง เสธ.พล.ร.2 รอ. ค่ายจักรพงษ์ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ที่ถูกอาวุธยิงใส่เสียชีวิตที่ยังสงสัยว่าจะเป็น เอ็ม 79 หรือ ลูกระเบิดชนิดขว้าง นอกจากนี้ยังมี ผบ.พล. ร.2 ที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดด้วย แต่ปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ดังกล่าวไม่สามารถทำได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้ยึดยานพาหนะ และถอดอะไหล่ชิ้นส่วนออก รวมทั้งยึดอาวุธยุทโธปกรณ์ไปด้วย โดยหลังเหตุการณ์วันที่ 10 เม.ย.53 มีแนวโน้มที่ความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง เช่น การยิงเอ็ม 79 เข้าไปในพื้นที่ กองพันทหารราบที่ 11 รอ. ที่ตั้งของ ศอฉ. และยิงเข้าไปในกระทรวงสาธารณสุขหลังที่มีการประชุม ครม.ด้วย สำหรับการชุมนุมของ นปช. จะมีกลุ่มการ์ดอยู่ด้วยกันหลายกลุ่ม โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม คือมีการวีดีโอลิงค์ส่งภาพและเสียงมายังเวทีการชุมนุมของคนเสื้อแดงด้วย

พ.อ.ธนากร กล่าวอีกว่า ในช่วงการชุมนุม ศอฉ.พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล โดยช่วงที่มีการกระชับพื้นไม่ได้ใช้ความรุนแรงเพื่อสลายการชุมนุม เพียงแต่ต้องการกดดันให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติไปเอง เนื่องจากขณะนั้นมีกองกำลังไม่ทราบฝ่ายอยู่ด้วย โดยช่วงการกระชับพื้นที่ก็ยังมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นประมาณ 6 จุด ก่อเหตุเผาในหลายพื้นที่ ซึ่งต่อมาการชุมนุมได้ยุติลงเมื่อประมาณวันที่ 20 พ.ค.53 หลังจากนั้นพยานก็ได้รับมอบหมายจาก ศอฉ.ให้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) ซึ่งได้นำรายงานสรุปสถานการณ์ประจำวันของที่ประชุม ศอฉ. และวีซีดีบันทึกเหตุการณ์ ส่งไปด้วย โดยยืนยันว่าพยานไม่เคยรู้จักหรือมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้ง 24 คนมาก่อน

ทั้งนี้ระหว่างสืบพยาน อัยการโจทก์ ได้นำวีซีดีประมวลภาพเหตุการณ์ระหว่างการชุมนุม ความยาวประมาณ 10 นาที เสนอศาลเพื่อเปิดดูด้วย โดยปรากฏเสียงและภาพของแกนนำ นปช.เช่น นายณัฐวุฒิ นายจตุพร นายอริสมันต์ และอีกหลายคน ที่ขึ้นปราศรัยกล่าวกับผู้ชุมนุมให้ไปรวมตัวที่ศาลากลางจังหวัดแต่ละที่เพื่อเตรียมพร้อม และยังมีถ้อยคำบางตอนที่กล่าวถึงใช้น้ำมันเบนซินวางเพลิงเผาสถานที่ต่างๆ ในกทม. และศาลากลางจังหวัด อาทิ ห้าง ฯเซ็นทรัล เวิลด์ โดยกลุ่มของจำเลยได้ดูภาพดังกล่าวด้วย

ภายหลัง พ.อ.ธนากร เบิกความตอบการถามของอัยการโจทก์ เสร็จสิ้นแล้ว ได้แถลงศาลว่าพยานติดภารกิจต้องเดินทางไปราชการ จ.เชียงราย วันนี้ เวลา 16.00 น. จึงจะขอเลื่อนนัดการตอบการซักค้านของทนายความจำเลยไปก่อน

ศาลพิเคราะห์แล้วมีเหตุอันควร จึงนัดสืบพยานปาก พ.อ.ธนากร อีกครั้งในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ เวลา 09.00 น . และกำชับให้พวกจำเลยมาศาลตรงเวลาด้วย

ภายหลังนายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 กล่าวถึงแนวทางการนำพยานโจทก์เข้าเบิกความว่า เบื้องต้นทางอัยการเตรียมพยานไว้กว่า 300ปากเช่นเดิม และยังไม่มีแนวคิดที่จะเพิ่มเติมหรือตัดพยานแต่อย่างไร ส่วนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ผอ.ศอฉ. นั้นไม่ได้มีชื่อเป็นพยานโจทก์ เนื่องจาก การสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ไม่เคยเรียกบุคคลทั้งสองมาให้ปากคำในฐานะพยานในคดีนี้ แต่ยืนยันว่าจะมีการนำ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ มาเป็นพยานโจทก์คนสำคัญอย่างแน่นอน

ส่วนในการสืบพยานวันที่ 20 ธ.ค. อาจจะยังไม่นำ นายถวิล เปลี่ยนศรี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)มาเป็นเบิกความเป็นในฐานะพยานโจทก์ เพราะว่า พ.อ.ธนากรยังต้องตอบคำถามซักค้านทนายฝ่ายโจทก์ซึ่งมีหลายคนต่อ ต้องใช้เวลานานพอสมควร


“ยืนยันว่าไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใด อัยการจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาจะไม่ท้อและไม่มีการเปลี่ยนสีแน่นอน โดยส่วนตัวมั่นใจพยานหลักฐานในคดีร้อยเปอร์เซ็นต์ ที่จะเอาผิดพวกจำเลยได้แน่นอน เพราะหากหลักฐานไม่พอ คงไม่ยื่นฟ้อง ” อัยการพิเศษฝ่ายคีพิเศษ 1 ระบุ


ด้านนายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย จำเลยที่ 5 ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำเนื่องจากศาลสั่งเพิกถอนประกัน กล่าวถึงการยื่นขอประกันตัวรอบใหม่ว่า ตนได้ปรึกษากับทีมทนายความแล้วว่าจะยื่นเรื่องขอศาลปล่อยชั่วคราวอีกครั้ง โดยยกเหตุผลว่าใกล้เปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 21 ธ.ค.นี้แล้วตนก็ควรจะต้องได้รับการปล่อยตัวออกไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ซึ่งหากศาลอนุญาต เมื่อปิดสมัยประชุมสภาตนก็ไม่ต้องกลับมาถูกคุมขังอีก

ขณะที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ กล่าวถึงการสืบพยานคดีนี้ ว่า คงใช้เวลาสืบพยานโจทก์และจำเลยนาน อย่างไรก็ดีในส่วนของแกนนำ นปช. จะใช้พยานชุดเดียวกันทั้งหมด ประกอบไปด้วยประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์ สื่อมวลชน นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในขณะนั้น และมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตน

ส่วนกรณีที่ดีเอสไอ เรียกนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีต ผอ.ศอฉ. รับทราบข้อกล่าวหา โดยทั้งสองไม่เซ็นรับเงื่อนไข 4 ข้อที่ดีเอสไอกำหนด นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก็เป็นสิทธิ์ของทั้งสองคนในฐานะผู้ต้องหา เพื่อมุ่งให้ตนพ้นผิดจากข้อหา ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่าไม่มีประเทศไหนที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบกับการปฏิบัติการต่างๆ ตนเห็นว่า หากนายอภิสิทธิ์มีความคิดเช่นนี้ ก็เป็นการแสดงถึง

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69