
มติพรรคร่วมทำประชามติก่อนแก้รธน.
4 พรรคร่วมแถลงยันใช้ประชามติชี้ขาดแก้ รธน. ชี้ไม่ว่าผลเป็นอย่างไรขอทุกฝ่ายถือเป็นข้อยุติ ด้าน‘ประชา’ เตรียมชง ครม.ถกประชามติสัปดาห์หน้า
4 พรรคร่วมแถลงยันใช้ประชามติชี้ขาดแก้ รธน. ชี้ไม่ว่าผลเป็นอย่างไรขอทุกฝ่ายถือเป็นข้อยุติ ด้าน‘ประชา’ เตรียมชง ครม.ถกประชามติสัปดาห์หน้า
เวลา 14.00 น.ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค 4 พรรคร่วมรัฐบาล ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคชาติพัฒนา และพรรคพลังชล ออกแถลงการณ์ในนามพรรคร่วมรัฐบาลสนับสนุนให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดทำประชามติก่อนเดินหน้าลงมติร่างรัฐธรรมนูญในวาระ 3 พร้อมย้ำว่าไม่ว่าผลของประชามติออกมาอย่างไร ขอให้ทุกฝ่ายถือเป็นข้อยุติ
นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวแถลงการณ์พรรคร่วมรัฐบาล 4 ข้อ ประกอบด้วย 1.แม้ว่าการลงมติในวาระ 3 จะเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงขององค์กรรัฐสภาเท่านั้น แต่หากสมาชิกรัฐสภาหรือประชาชน 5 หมื่นคนที่เสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 ประสงค์จะให้มีการทำประชามติว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ ก็ไม่มีช่องทางจะทำได้ คงมีเพียงครม.เท่านั้นที่สามารถดำเนินการได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ประกอบกับ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ.2552
นายจารุพงศ์ แถลงต่อว่า 2.เพื่อให้ข้อเสนอแนะของคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีความมุ่งหมายให้เกิดข้อยุติลดความขัดแย้งในเรื่องดังกล่าว ครม.จึงควรจัดให้มีการออกเสียงประชามติ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าสมควรจะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ให้มีความชอบธรรม เป็นประชาธิปไตย และเป็นธรรมหรือไม่ โดยการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะไม่มีการแก้ไขในเรื่องรูปของรัฐ รูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหมวดที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้ ข้อ 3 รัฐบาลควรสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับทุกพรรคการเมือง สถาบันการศึกษา องค์กรประชาธิปไตย และองค์กรประชาชนในทุกภาคส่วน เพื่อให้มีส่วนร่วมในการรณรงค์ ชี้แจงต่อประชาชนให้เข้าใจถึงเหตุผลในการจัดทำประชามติและการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความชอบธรรม เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรมยิ่งขึ้น
“ข้อ 4 การทำประชามติในครั้งนี้มีความชัดเจนว่าเป็นไปเพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อโต้แย้ง คัดค้านทั้งปวง และเป็นความปรารถนาดี เพื่อให้สังคมไทย มีทางออกอย่างละมุนละม่อม ไม่ก่อให้เกิดปัญหา ความขัดแย้งต่อไป ดังนั้นไม่ว่าผลของประชามติออกมาอย่างไร ทุกฝ่ายต้องถือเป็นข้อยุติและไม่มีกรณีที่จะอ้างประโยชน์ หรือกล่าวหาอีกฝ่ายหนึ่งให้ต้องรับผิดชอบในผลแห่งประชามตินั้น” นายจารุพงศ์กล่าว
อย่างไรก็ตามสำหรับข้อ 5 นั้น นายจารุพงศ์ กล่าวว่า ไม่ว่าผลแห่งประชามติจะออกมาในทางใด ทุกฝ่ายต้องยอมรับว่ารัฐสภาทรงไว้ซึ่งอำนาจที่จะแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ไม่เหมาะสม ไม่เป็นประชาธิปไตย และไม่สอดคล้องต่อหลักนิติธรรมได้ตลอดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังกล่าวแถลงการณ์เสร็จนายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา จากพรรคชาติไทยพัฒนา นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม จากพรรคชาติพัฒนา และนายสันตศักดิ์ จรูญ งามพิเชษฐ์ สส.จากพรรคพลังชลแถลงจุดยืนของพรรคเห็นด้วยกับแนวทางการจัดทำประชามติตามที่นายจารุพงศ์แถลงไปข้างต้น
ด้าน พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะตัวแทนจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก ครม.ให้มารับข้อเสนอของ 4 พรรคร่วมรัฐบาลที่ให้จัดทำประชามติถามความเห็นประชาชนก่อนเดินหน้าลงมติในวาระ 3 ทั้งนี้จะนำเรื่องการจัดทำประชามติเข้าสู่ที่ประชุม ครม.อย่างเร็วที่สุดโดยจะพยายามบรรจุเข้าที่ประชุมภายในสัปดาห์หน้า







