
แข็งกร้าวไม่ได้ผล
กลายเป็นข่าวใหญ่อีกหนึ่งเรื่องที่สามารถยึดกุมพื้นที่สื่อต่างประเทศในหลายสำนักในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
กลายเป็นข่าวใหญ่อีกหนึ่งเรื่องที่สามารถยึดกุมพื้นที่สื่อต่างประเทศในหลายสำนักในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับการทดสอบปล่อยจรวดพิสัยไกลของรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งบทบรรณาธิการสำนักข่าวบลูมเบิร์กเห็นว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นได้อีกแล้ว เนื่องจากการทดลองจรวดดังกล่าวเป็นสิ่งที่ขัดกับมติของสหประชาชาติ (ยูเอ็น)
ไม่เพียงเท่านั้น การทดสอบนี้ยังกลายเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออก และอาจทำให้เกาหลีเหนือขยับเข้าใกล้ความสามารถในการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวชื่อดังด้านเศรษฐกิจและการเงินไม่ได้ต้องการให้สหรัฐหรือเหล่าพันธมิตรรวมถึงจีน ใช้มาตรการลงโทษเกาหลีเหนือต่อการกระทำดังกล่าวอย่างรุนแรงมากเกินไป เนื่องจากจะเป็นการทำลายแนวโน้มความคืบหน้าในทิศทางความสัมพันธ์การทูตที่ดูเหมือนจะเริ่มดีขึ้น
เห็นได้จากการที่เกาหลีเหนือยอมทำข้อตกลงกับสหรัฐในการยกเลิกการทดลองขีปนาวุธ รวมถึงเปิดให้มีการตรวจสอบอุปกรณ์ด้านนิวเคลียร์มากขึ้น เพื่อแลกกับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมจากสหรัฐเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การใช้แนวทางการลงโทษเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง ก็ดูเหมือนจะไม่เป็นที่นิยมและได้รับการสนับสนุนมากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงใกล้การเลือกตั้ง ไม่ว่าจะในญี่ปุ่นและเกาหลีที่ประชาชนเริ่มแสดงออกมาว่า ต้องการผละออกจากการใช้นโยบายที่แข็งกร้าวต่อเกาหลีเหนือ ในขณะเดียวกันความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจของจีนกับเกาหลีเหนือก็เริ่มดีขึ้น
ดังนั้น สหรัฐควรใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ ด้วยการสร้างแนวร่วมในการจัดการรับมือกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตมากกว่ามุ่งใช้การลงโทษเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง อีกทั้งผู้นำสหรัฐก็ควรมีบทบาทนำในการแก้ปัญหาให้มากขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาควรใช้แนวทางการเจรจา ไม่ใช่วิธีทางที่ก้าวร้าวและมุ่งปลดอาวุธนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ







