
จ่อขึ้นราคาอาหารสัตว์
ขอปรับ39%อ้างอั้นมาหลายปีพาณิชย์เบรกเฉพาะ หมู-ไก่ไข่
ขอปรับ39%อ้างอั้นมาหลายปีพาณิชย์เบรกเฉพาะ หมู-ไก่ไข่
อาหารสัตว์อั้นไม่ไหว ขอปรับขึ้น 5-39% พาณิชย์โยน “บุญทรง” เคาะ แต่เบรกอาหารหมูและไก่ไข่
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน (เปิดเผยภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาราคาอาหารสัตว์ ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาข้อมูลที่ผู้ประกอบการอาหารสัตว์ขอปรับขึ้นราคาอาหารสัตว์ 5-39% โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบของรัฐและเอกชน พบว่าราคาอาหารสัตว์ไม่ได้ปรับขึ้นมาตั้งแต่ปี 2551 ขณะที่วัตถุดิบผลิตอาหารสัตว์ มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งปลาป่น กากถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเห็นว่าควรชะลอการปรับราคาอาหารเลี้ยงหมูและไก่ไข่ไว้ก่อน เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์เนื้อสัตว์ปลายทางคือ เนื้อหมู และไข่ไก่ มีราคาตกต่ำลงจนเกษตรกรผู้เลี้ยงขาดทุน โดยให้ชะลอการขึ้นราคาไปจนกว่าราคาเนื้อสัตว์ปลายทางจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนราคาอาหารสัตว์ชนิดอื่น เช่น อาหารสัตว์น้ำ อาหารไก่เนื้อ ฯลฯ
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า กรมฯ จะเสนอเรื่องให้นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ พิจารณาว่าจะให้ปรับขึ้นราคาหรือไม่ แต่หากปรับขึ้นก็จะต่ำกว่าที่เอกชนยื่นขอมา เพราะรัฐเคยช่วยเหลือผู้ประกอบการบางส่วน เช่น การนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ รำข้าว ที่ลดต้นทุนได้ระดับหนึ่ง
“กระทรวงฯ ก็มีข้อมูลต้นทุนวัตถุดิบอยู่ และพบว่าบางส่วนมีราคาต่ำกว่าที่เอกชนยื่นข้อมูลมา” น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าว
สำหรับราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ยื่นขอปรับราคาขึ้นนั้น ประกอบด้วย ปลาป่น ปี 2551 ราคาอยู่ที่ 28.85 บาท/กก. ปัจจุบันอยู่ที่ 33 บาท/กก. ส่วนราคาที่เสนอปรับ 30.50 บาท/กก. ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี 2551 ราคาอยู่ที่ 9.39 บาท/กก. ปัจจุบันราคา 10.49 บาท/กก. ราคาเสนอปรับ 10.18 บาท/กก. กากถั่วเหลือง ปี 2551 ราคา 17.34 บาท/กก. ปัจจุบันราคา 22 บาท/กก. ราคาเสนอปรับ 20.57 บาท/กก.
น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ กล่าวว่า ในส่วนราคาอาหารหมูและไก่ไข่จะตรึงราคาไว้ได้นานมากน้อยเพียงไรนั้นไม่สามารถบอกได้ ขึ้นกับสถานการณ์ราคาเนื้อสัตว์ว่าจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติได้เร็วแค่ไหน และเมื่อราคาเข้าสู่ปกติก็อาจจะไม่จำเป็นต้องปรับราคาอาหารหมูและไก่ไข่ เพราะถึงเวลานั้นต้นทุนวัตถุดิบอาจลดลงแล้ว โดยกระทรวงฯ จะจับตาสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง







