
จี้ตร.เร่งติดตามคนร้ายฆ่ากำนันเมืองตรัง
สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดตรัง ยื่นหนังสือจี้ให้ตำรวจเร่งจับคนร้าย ที่ลอบสังหารอดีตกำนันตำบลอ่าวตง หลังคดีเงียบกว่า 1 เดือน
สมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จังหวัดตรัง ยื่นหนังสือจี้ให้ตำรวจเร่งจับคนร้าย ที่ลอบสังหารอดีตกำนันตำบลอ่าวตง หลังคดีเงียบกว่า 1 เดือน
เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่กองบังคับการตำรวจภูธร จ.ตรัง นายชะเอม ดำจุติ นายกสมาคมกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน จ.ตรัง พร้อมประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านทั้ง 10 อำเภอ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง และพ.ต.อ.ชรินทร์ โกพัฒน์ตา รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณี นายวุฒิชัย ชูชนะ อายุ 48 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านหนองชุมแสง ต.อ่าวตง และอดีตกำนัน ต.อ่าวตง อ.วังวิเศษ จ.ตรัง ถูกยิงเสียชีวิต ขณะขับรถนำน้ำยางไปขายให้กับพ่อค้า
นายชะเอม กล่าวว่า คดี ผู้ใหญ่วุฒิชัย ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ผ่านพ้นระยะเวลาเกิดเหตุมานานนับ 1 เดือนแล้ว ทางญาติๆ จึงไม่พอใจและเตรียมที่จะรวมตัวประท้วงเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ปรากฏว่า ได้มีการพยายามเจรจากันขึ้น ทางญาติๆ จึงเดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ ผบช.ภ.ภาค 9 แทน แต่ล่าสุดคดีก็ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ อีก ซึ่งจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน จ.ตรัง รู้สึกเสียขวัญและกำลังใจ จึงเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ พ.ต.อ.นุกูล ไกรทอง รอง ผบก.ภ.จว.ตรัง กล่าวหลังจากรับหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ว่า ขณะนี้คดีสังหาร ผู้ใหญ่วุฒิชัย มีความคืบหน้าไปมากพอสมควรแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด รวมทั้งสาเหตุของการเสียชีวิตได้ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบทำให้รูปคดีเสียหาย อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่จะสามารถจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้จะหามาตรการดูแลกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ใน จ.ตรัง ให้ได้รับคามปลอดภัยมากขึ้น
ทั้งนี้หนึ่งในหลักฐานสำคัญที่นำมาใช้ในการติดตามคนร้ายก็คือ ภาพจากกล้องวงจรปิด ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ขณะที่คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน หรือสีม่วง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ตามหลังรถกระบะ ก่อนเร่งเครื่องแซงเข้าประกบทางประตูด้านคนขับรถกระบะ จากนั้น คนซ้อนท้ายได้ชักอาวุธปืน ขนาด.38 ยิงใส่ ผู้ใหญ่วุฒิชัย 2 นัดซ้อน แล้วหลบหนีไป สำหรับประเด็นการสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงมุ่งไปที่เรื่องส่วนตัว ส่วนประเด็นเรื่องการเมืองท้องถิ่นไม่พบความขัดแย้งแต่อย่างใด







