posttoday
พรบ.รักษาความมั่นคงฯ

พรบ.รักษาความมั่นคงฯ

12 ธันวาคม 2555

อ่านข้อเขียนของคุณ “อนุภพ” ในคอลัมน์ “เห็นมาอย่างไร เขียนไปอย่างนั้น” ภายใต้หัวข้อเรื่อง “ตำรวจทำถูกแล้ว”

อ่านข้อเขียนของคุณ “อนุภพ” ในคอลัมน์ “เห็นมาอย่างไร เขียนไปอย่างนั้น” ภายใต้หัวข้อเรื่อง “ตำรวจทำถูกแล้ว”

โดย...จำลอง บุญสอง

อ่านข้อเขียนของคุณ “อนุภพ” ในคอลัมน์ “เห็นมาอย่างไร เขียนไปอย่างนั้น” ภายใต้หัวข้อเรื่อง “ตำรวจทำถูกแล้ว” จากเดลินิวส์ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา คุณอนุภพพูดถึงวิธีการสลายม็อบ เสธ.อ้าย ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติแล้ว ต้องบอกว่าให้เกรดเอบวก เพราะทำถูกต้องโดยมี พ.ร.บ.ความมั่นคง มารองรับการทำงาน

ประการที่สอง ใครทำไม่ถูกต้อง ไม่เคารพกติกา เจ้าหน้าที่รักษากฎหมายไม่ได้ บ้านเมืองก็อยู่ลำบาก การใช้ความเด็ดขาดจึงสมควร ประการที่สาม การที่ เสธ.อ้าย ร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินและ ป.ป.ช. ว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ต่อการชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามนั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญ!

ผมอยากให้คุณอนุภพมาทำความรู้จักกับ“หลักการ” และ“ความมุ่งหมาย” ของกฎหมายความมั่นคงกันหน่อย เผื่อว่าอาจจะเกิดความเห็นใหม่!

เรียนว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้ไม่ใช่กฎหมายธรรมดาเหมือนกฎหมายทั่วไป แต่เป็นกฎหมายที่มี “ลักษณะพิเศษ” เพื่อเพิ่มอำนาจให้ “รัฐบาลเฉพาะกาล” ของรัฐบาลของขบวนประชาธิปไตย กฎหมายฉบับนี้จัดอยู่ใน “วิชาความรู้ทางการเมือง” ไม่ใช่ “วิชากฎหมาย”

ด้วยความที่เป็นกฎหมายทางการเมือง จึงทำให้นักกฎหมายทั่วไปไม่เข้าใจ “หลักการ” และ “ความมุ่งหมาย” ของกฎหมายชนิดนี้มากนัก ซ้ำร้ายยังมองไปว่าเป็นกฎหมายเผด็จการ ทั้งๆ ที่เป็นกฎหมายของฝ่ายประชาธิปไตยแท้ๆ

กฎหมายรักษาความมั่นคงภายในไม่ว่าที่ไหนในโลก เป็นกฎหมายที่มีหลักการและความมุ่งหมายของฝ่ายโลกเสรี “เพื่อ” ใช้ในการใช้ปราบ “คอมมิวนิสต์” ไม่ใช่มีจุดมุ่งหมายเอามาใช้ “ปราบประชาชน” อย่างที่รัฐบาลหลายสมัยทำ

อินเดียเรียกกฎหมายชนิดนี้ว่า “Maintenance of Internal Security Act” ของสิงคโปร์และมาเลเซียเรียก “Internal Security Act” ส่วนของไทยเรียก พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ต่างที่อินเดีย มาเลย์ และสิงคโปร์ ใช้กฎหมายนี้ภายใต้การปกครองแบบประชาธิปไตย แต่ไทยเอากฎหมายชนิดนี้มาใช้ภายใต้ “ระบอบเผด็จการ”

เมื่อเอามาใช้ในระบอบเผด็จการ เผด็จการจึงใช้กฎหมายนี้มารังแกประชาชน!

กฎหมายชนิดนี้อาจจะเรียกอีกอย่างหนึ่งได้ว่า “กฎหมายคอมมิวนิสต์” กฎหมายที่จะสามารถปราบคอมมิวนิสต์ได้ต้องเป็นกฎหมาย “มาตรการทางบริหาร” ถ้าเป็นกฎหมาย “มาตรการทางตุลาการ” แล้ว ไม่เพียงแต่จะ “ไม่ได้ผล” ในการปราบปรามคอมมิวนิสต์เท่านั้น ยังเป็นปุ๋ยให้คอมมิวนิสต์โตขึ้นอย่างดีอีกด้วย

เหตุผลเรื่องนี้มีมากมาย ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ มาตรการทางตุลาการเป็น “สิ่งตายตัว” (Static) แต่ลัทธิมาร์กซ์เลนิน เป็น “Dialectic” “สิ่งตายตัว” จะไปจับ “Dialectic” อย่างไรก็ “จับไม่อยู่” ซ้ำร้าย Dialectic กลับจะเอาสิ่งตายตัวมาใช้ประโยชน์ได้อย่างสบาย เช่น “ขบวนการแนวร่วมไทย” ปัจจุบัน เอากฎหมายปราบคอมมิวนิสต์มาใช้ปราบฝ่ายประชาชนที่เคลื่อนไหวประชาธิปไตย เช่น กรณีฝ่ายเสธ.อ้าย เป็นต้น

ดังนั้น ตามที่คุณอนุภพบอกว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรไปสลายม็อบ เสธ.อ้าย จึง “ผิดหลง” ในการใช้กฎหมาย ผลของการกระทำดังกล่าวสร้างความอัปยศให้แก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่เชิดชูคำขวัญว่า “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อย่างสิ้นเชิง

ซ้ำร้ายยังไม่รู้อีกว่า “การปกครองที่ไร้เสถียรภาพ” จนเกิด “อนาธิปไตย” กับ “ความมั่นคงในราชอาณาจักร” นั้น

“เป็นคนละเรื่องกัน”

กฎหมายฉบับนี้จึงไม่สามารถปกป้อง ผบ.ตร.ได้แน่นอน ถ้ารัฐบาลเผด็จการแดงพังลงเมื่อไร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้หนี้ไม่ไหวแน่! เพราะผิดทั้ง “กฎหมาย” และผิดทั้ง “กฎธรรมชาติ” ที่อยู่ในระยะเปลี่ยนผ่านทางการเมือง ในที่สุดก็จะทานกำลังปฏิวัติของประชาชนไม่ได้แน่นอน

ตำรวจเป็น “กลไก” ของ “รัฐ” ไม่ใช่ “กลไก” ของ “การปกครอง” ซึ่งเป็น “พรรคการเมือง”! และที่สำคัญ “ผู้รับผิดชอบต่อกฎหมาย” ชนิดนี้คือ “กอ.รมน.” ไม่ใช่ “ตำรวจ”!

ป.ล. 1.ม็อบ เสธ.อ้าย คือ ม็อบของประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย แต่ “การนำ” ลึกๆ ตกอยู่ภายใต้ “การชี้นำ” ของพวก “ปฏิปักษ์ปฏิวัติ” พวกปฏิปักษ์ปฏิวัตินี่ดูแล้วเหมือนนักปฏิวัติ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่นักปฏิวัติ ซ้ำร้ายกลับเป็นอุปสรรคต่อการปฏิวัติ ที่ “มากกว่า” พวกปฏิกิริยาเสียอีก

2.การสู้กันของพวกที่จะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2540 กับพวกที่จะได้ประโยชน์จากรัฐธรรมนูญปี 2550 นั้นเป็นเพียงการ “แสวงหาความได้เปรียบ” ในการแย่งอำนาจกันของขบวนการเผด็จการ {“ชนชั้นสูง” VS “ชนชั้นกลาง” (นายทุน)} เท่านั้น หาใช่เรื่องของการได้มาซึ่งอำนาจอธิปไตยปวงชนหรือระบอบประชาธิปไตยเลย นี่เป็นการ “หลอก” “ประชาชน” “ไปตาย” เพื่อยืดอายุเผด็จการ “รัฐธรรมนูญไม่ใช่ประชาธิปไตย” และไม่เคยมีประเทศไหนที่สร้างประชาธิปไตยได้ด้วยรัฐธรรมนูญเลยสักประเทศเดียว แก้หรือไม่แก้ของทั้งเหลืองและแดง จึงไม่เกี่ยวกับประชาธิปไตย

ต่อการหลอกเรื่องรัฐธรรมนูญไม่ว่าวิธีใดๆ ของพวกปฏิกิริยา อย่างไรก็ไม่ร้ายแรงเท่าพวก Counter Revolution ที่ใช้คราบของ “นักวิชาการ” มาหลอก ประชาชนหลงลมพวกนี้ เพราะพวกเขามีสถานภาพทางสังคมเป็นอาจารย์

หลายคนบอกว่าสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนบ้าง รัฐธรรมนูญฉบับประชาธิปไตยบ้าง แต่ท้ายที่สุดประชาชนก็ยังจนเหมือนเดิม ช่องว่างระหว่างความรวยความจนก็ห่างกันสุดกู่ ความไม่เสมอภาคก็มากขึ้นเรื่อยๆ อาชญากรรมยิ่งมากไปกว่าเดิม แล้วเรายังจะไปเชื่อพวก Constitutionalism กันอยู่อีกหรือ!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท