
ลงโทษป่วนปาล์ม
หากสาเหตุหลักในการทำให้ราคาผลปาล์มตกต่ำครั้งนี้ เป็นไปตามที่นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี
หากสาเหตุหลักในการทำให้ราคาผลปาล์มตกต่ำครั้งนี้ เป็นไปตามที่นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.สุราษฎร์ธานี
บอกว่า มาจากการบริหารที่ผิดพลาดของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เพราะเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา กนป.ยังระบุว่าสต๊อกน้ำมันปาล์มอยู่ที่ 2.5 แสนตัน และยังเปิดให้มีการนำเข้าน้ำมันปาล์มจากต่างประเทศ อ้างราคาในประเทศแพง จนปัจจุบันสต๊อกน้ำมันปาล์มมีมากถึง 3.7-4 แสนตัน ล้นสต๊อกจนทำให้โรงกลั่น โรงสกัด ไม่ยอมซื้อผลปาล์มจากชาวสวน กระทบราคาปาล์มร่วงเหลือแค่กิโลกรัมละ 2-3 บาท จากต้นทุนที่ชาวสวนอยู่ได้กิโลกรัมละ 4.50 บาท
ถ้าเหตุผลมาจากการบริหารผิดพลาดของ กนป.จริง รัฐบาลคงต้องเร่งรื้อระบบบริหารปาล์มผ่านกลไกคณะกรรมการ กนป.ได้แล้ว
หลายคนคงยังจำกันได้ เมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านต้องไปเข้าแถวเพื่อแย่งกันซื้อปาล์มบรรจุขวดในราคาควบคุมขวดละ 42 บาท เพราะความแตกตื่นในการบริหารสต๊อกน้ำมันที่ไม่ทันกับปัญหา โดยสต๊อกน้ำมันปาล์มเหลือต่ำกว่า 2 แสนตัน และผลผลิตในประเทศออกมาน้อย ทำให้ราคาผลปาล์มแพง ผู้ผลิตไม่ยอมผลิตปาล์มขวดออกมาขาย ชาวบ้านหาซื้อปาล์มขวดไม่ได้ ทางร้านค้าต้องจำกัดการซื้อต่อครอบครัว หรือไม่ก็ต้องซื้อราคาแพงในตลาดมืด
จากนั้นรัฐบาลยุคนั้นแก้ปัญหาด้วยการนำงบประมาณไปชดเชยปาล์มนำเข้าให้ราคาถูก เพื่อนำมาบรรจุขวดขายในราคากำหนด 42 บาท โดยเปลี่ยนจากทั่วไปฝาเหลือง ไปเป็นฝาเขียว ก็ยังมีการซื้อไปกักตุนปาล์มขวดยังคงขาดแคลน จากนั้นต้องเปลี่ยนเป็นฝาชมพูเพื่อจะแก้ปัญหากักตุน
มาครั้งนี้ กนป.กลับบริหารสต๊อกน้ำมันปาล์มผิดพลาด ด้วยการปล่อยให้นำเข้าน้ำมันปาล์ม ทั้งๆ ที่สต๊อกน้ำมันปาล์มอยู่ในระดับเหมาะ สำรองระดับปลอดภัยในการบริโภคกว่า 2 แสนตัน และการแก้ปัญหาผลปาล์มราคาตกต่ำที่กำลังจะประชุมกันครั้งนี้ รัฐบาลก็กำลังจะแก้ด้วยการ ใช้งบประมาณเพื่อเข้าอุ้มราคาปาล์ม หรือเตรียมโยนภาระให้ประชาชนที่บริโภคน้ำมันปาล์ม ด้วยราคาขายปลีกสูงขวดละ 42 บาท ทั้งๆ ที่ราคาปาล์มทั่วโลกราคาลดลง เพื่อหวังให้ราคาขายปลีกปาล์มขวดที่แพง ไปต่อรองกับโรงกลั่น โรงสกัด ช่วยซื้อผลปาล์มจากชาวสวนในราคาที่สูงขึ้น
หากกลไกในการบริหารปาล์มผ่าน กนป. ซึ่งตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ที่นั่งตำแหน่งประธานคณะกรรมการ คือ นายกรัฐมนตรี หรือมอบหมายให้รองนายกฯ โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเลขาธิการ ยังคงบริหารปาล์มผิดพลาด แบบราคาปาล์มขึ้นก็ต้องใช้งบประมาณไปชดเชย ราคาปาล์มตกก็ต้องใช้งบไปแก้เช่นนี้
คิดว่าคงถึงเวลาที่จะรื้อกลไกนี้ทั้งระบบ หรือจะต้องหาระดับปฏิบัติการที่ไร้ประสิทธิภาพหรือมีวาระซ่อนเร้นมาลงโทษให้ได้ รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้ปัญหาปาล์มกลายเป็นปัญหาที่วนเวียนเกิดขึ้นอย่างไม่รู้จบเช่นนี้







