posttoday
ตั้งขอหา'อภิสิทธิ์-สุเทพ'เพิ่มเชื้อความรุนแรง

ตั้งขอหา'อภิสิทธิ์-สุเทพ'เพิ่มเชื้อความรุนแรง

12 ธันวาคม 2555

อุณหภูมิการเมืองเวลานี้ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ชนิดที่ไม่มีวี่แววจะลดระดับคลายความตึงเครียดลงมา หนำซ้ำยังมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเติมเชื้อความรุนแรงอย่างไม่หยุดหย่อน

อุณหภูมิการเมืองเวลานี้ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ชนิดที่ไม่มีวี่แววจะลดระดับคลายความตึงเครียดลงมา หนำซ้ำยังมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเติมเชื้อความรุนแรงอย่างไม่หยุดหย่อน

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

อุณหภูมิการเมืองเวลานี้ยังร้อนแรงต่อเนื่อง ชนิดที่ไม่มีวี่แววจะลดระดับคลายความตึงเครียดลงมา หนำซ้ำยังมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามาเติมเชื้อความรุนแรงอย่างไม่หยุดหย่อน

ล่าสุด กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งข้อหาหนัก “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” และ “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ฐานร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 59, 83, 84 และ 288 โทษสูงสุดถึงประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต

จากการดำเนินการในช่วงที่ทั้งคู่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี พ่วงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ในช่วงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ปี 2553 จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 90 คน

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ต้องการบีบให้ประชาธิปัตย์กลับท่าทีมาร่วมขับเคลื่อน พ.ร.บ.ล้างผิด ปูทาง “คนแดนไกล” กลับบ้าน แม้จะเคยประกาศดักคอว่าจะค้านหัวชนฝาว่าจะไม่ร่วมสังฆกรรม

หรือจะเหตุผลที่ต้องการสร้างความปั่นป่วนภายในให้ประชาธิปัตย์ จนไม่มีเวลามาขัดแข้งขัดขารัฐบาลในการทำงานของรัฐบาล

แต่นี่จะเป็นชนวนสำคัญที่ทำให้บรรยากาศการเมืองกลับมาเขม็งเกลียวยิ่งขึ้น เพราะเกมนี้เล่นกันหนักด้วยเป้าหมายหวังน็อก “2 บิ๊ก ประชาธิปัตย์”

ในขณะที่ฝั่งประชาธิปัตย์เอง ส่งสัญญาณสู้ยิบตา ไม่มีอ่อนข้อปรองดอง สะท้อนผ่านถ้อยแถลงหลังรับทราบหนังสือจากดีเอสไอ ไปจนถึงการปราศรัย “เดินหน้าผ่าความจริง” จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

“ความจริงคือความจริง รัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ ผม คุณสุเทพ พยายามทุกวิถีทางรักษาบ้าน รักษาเมือง นำความสงบเรียบร้อยกลับคืนมา และปฏิบัติตามกฎหมาย และเราจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราประกาศแล้ว ข้อหาที่ตั้งโทษสูงสุดประหารชีวิตพวกผม ผม คุณสุเทพ บอกแล้ว เราเข้าสู่กระบวนการศาล เรายอมรับกระบวนการศาล ถ้าศาลจะตัดสินประหารชีวิต ก็เอาพวกผมไปประหาร ผมไม่มาต่อรองล้างความผิดให้กับคนโกงเด็ดขาด”

ดีเดย์ 13 ธ.ค. ซึ่งทั้ง “อภิสิทธิ์” และ “สุเทพ” จะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ดีเอสไอ จึงเป็นอีกช่วงสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงระหว่างมวลชนที่ “สนับสนุน” และ “ต่อต้าน”

แม้ทั้งฝั่งแกนนำ “ประชาธิปัตย์” และ “เสื้อแดง” จะออกมาส่งสัญญาณไม่ให้ไปรวมตัวกันที่ดีเอสไอ เพราะเกรงว่าจะเป็นการกดดันการทำหน้าที่และสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง

แต่กลับพบการปลุกกระแสในโซเชียลมีเดียเชิญชวนกันออกมาให้กำลังใจ บิ๊กประชาธิปัตย์ คึกคักกว่าครั้งอื่นๆ ที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดง เบื้องต้นจะมีญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตเดินทางไปสังเกตการณ์ หรืออาจไปยื่นหนังสือ และอาจมีเสื้อแดงบางส่วนไปร่วมสังเกตการณ์

ยิ่งทำให้ห่วงกันว่าบทเรียนเมื่อครั้ง “เหลือง-แดง” ปะทะกันที่หน้ากองปราบปราม จนเลือดตกยางออก จากเหตุการณ์ “เจ๊ดา-ดารุณี กฤตบุญญาลัย” เข้าแจ้งความกรณีมีหญิงสาวมายืนต่อว่าเรื่องความไม่จงรักภักดีกลางห้างสรรพสินค้า และมีผู้สนับสนุนมาให้กำลังใจทั้งสองฝ่าย

ไม่แปลกที่ “ธาริต เพ็งดิษฐ์” อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ เตรียมขอกำลังสนับสนุนไปยังตำรวจนครบาล2 (บก.น.2) มาดูแลความเรียบร้อยสกัดเหตุล่วงหน้า

เพราะอย่าลืมว่าครั้งนี้ “ประชาธิปัตย์” ทุ่มหมดหน้าตักสู้กับดีเอสไอ ความเคลื่อนไหวที่ผ่านมาจึงเป็นการเปิดฉากตอบโต้ขย่มดีเอสไอกระทบชิ่งไปถึงฝ่ายการเมือง ผ่านเวทีแถลงข่าว หรือเวทีปราศรัย ทั้งประเด็นเรื่องตั้งธงล่วงหน้านานนับเดือนว่าจะมีการตั้งข้อหาในช่วงปิดสมัยประชุม

อีกทั้งยังโจมตีว่ามีการยัดเยียดข้อกล่าวหา เพราะการตั้งเรื่องจากคำสั่งศาลในคดีไต่สวนชันสูตรพลิกศพ “พัน คำกอง” ที่ระบุว่าเสียชีวิตจากเจ้าหน้าที่รัฐนั้น คำสั่งดังกล่าวไม่ได้ระบุว่าเสียชีวิตจากใครชัดเจน พร้อมยืนยันความชอบธรรมในการทำหน้าที่ของตัวเองครั้งนั้น

ส่วนทางฝั่ง “เสื้อแดง” เปิดเกมรุกอีกด้านผ่านกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากการชุมนุมดังกล่าว ยื่นหนังสือต่อ “ธาริต” ให้คัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว “อภิสิทธิ์สุเทพ” หลังจากที่ “ธาริต” เคยระบุว่าจะใช้ดุลพินิจปล่อยตัวไปโดยไม่ขอศาลฝากขัง เนื่องจากทั้งสองเป็นอดีตข้าราชการการเมืองชั้นผู้ใหญ่

ด้วยการหยิบยกวาทกรรม “สองมาตรฐาน” มาเรียกร้องให้ดำเนินการกับบุคคลทั้งคู่เช่นเดียวกับ นปช. ซึ่งถูกส่งตัวฝากขังต่อศาลอาญาระหว่างการสอบสวน หรือหากอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ก็ขอให้พนักงานสอบสวนกำหนดเงื่อนไขการปล่อยตัวให้ชัดเจน

ทว่าปรากฏการณ์เหล่านี้ยังเป็นเพียงแค่การโหมโรง เมื่อหลังจากกระบวนการรับทราบข้อกล่าวหา กระบวนการขับเคี่ยวระหว่างทั้งสองฝั่งเอง รวมทั้งมวลชนที่สนับสนุนทั้งสองฝั่งจะค่อยๆ ไต่ระดับความดุเดือดมากยิ่งขึ้น

ยิ่งจะซ้ำเติมสถานการณ์ ทำบ้านเมืองกลับมาปั่นป่วนวุ่นวายอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อเดิมพันศึกครั้งนี้ชี้วัดกันด้วยอนาคตทางการเมือง

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท