
พรรคร่วมหนุนทำประชามติก่อนแก้รธน.โหวตวาระ3
พรรคร่วมฯหนุนครม.ทำประชามติก่อนโหวตแก้รธน.วาระ 3 หวังแก้ปมขัดแย้ง ระบุหากไม่ผ่าน ยอมให้แก้รายมาตราควบคู่ได้
พรรคร่วมฯหนุนครม.ทำประชามติก่อนโหวตแก้รธน.วาระ 3 หวังแก้ปมขัดแย้ง ระบุหากไม่ผ่าน ยอมให้แก้รายมาตราควบคู่ได้
นายโภคิน พลกุล ประธานคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แถลงผลการจัดทำรายงานที่เตรียมนำเสนอต่อพรรคร่วมรัฐบาล โดยล่าสุดทางคณะทำงานฯ มีมติ 5 ข้อโดยมีความคืบหน้าสำคัญคือ ทางคณะทำงานเห็นร่วมกันว่าคณะรัฐมนตรี (ครม.) อาจจัดให้มีการออกเสียงประชามติก่อนเดินหน้าลงมติในวาระ 3 ได้และหากจะแก้ไขรายมาตราควบคู่ไปด้วยก็สามารถกระทำได้เช่นกัน
นายโภคิน แถลงหลักการ 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.รัฐสภามีอำนาจและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในวาระ 3 2.คณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลตระหนักดีว่าสังคมไทยยังมีความขัดแย้งกันอยู่มาก ดังนั้นการลงมติในวาระ 3 ควรพิจารณาใช้ช่วงจังหวะเวลาให้รอบคอบ และก่อนลงมติรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลควรรณรงค์ทำความเข้าใจให้ประชาชนส่วนใหญ่เห็นความจำเป็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย มีความชอบธรรม ยึดมั่นในหลักนิติธรรม เป็นรัฐธรรมนูญของประชาชนอย่างแท้จริง
3.สำหรับการจัดทำประชามตินั้น เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญที่ค้างพิจารณาในวาระ 3 ได้มีการบัญญัติถึงเรื่องการลงประชามติไว้แล้วว่าเป็นการลงประชามติก่อนจะร่างเป็นกฎหมาย กล่าวคือ เมื่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วย่อมต้องจัดทำประชามติว่าเห็นชอบหรือไม่ ถ้าประชาชนเห็นชอบและทรงลงพระปรมาภิไธยแล้วก็จะเป็นกฎหมายใช้บังคับต่อไป เช่นเดียวกับการลงประชามติเห็นชอบในร่างรัฐธรรมนูญปี 50 ถ้าประชาชนไม่เห็นชอบก็ตกไป ดังนั้นการทำประชามติเมื่อรัฐธรรมนูญร่างเสร็จแล้ว จึงเป็นสิ่งที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและสอดคล้องกับคำแนะนะของศาลรัฐธรรมนูญ
ทั้งนี้ในกรณีที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องประสงค์มิให้เกิดข้อโต้แย้งคัดค้านทั้งปวง ครม.อาจจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ได้ แต่ต้องทำความเข้าใจกับสังคมให้ชัดเจนว่าเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง และความปรารถนาดี ไม่ใช่ประเด็นให้มาเรียกร้องความรับผิดชอบของ ครม.หากประชามติไม่ผ่าน หรือสมาชิกรัฐสภาอาจเสนอให้มีกฎหมายเฉพาะให้ออกเสียงประชามติในเรื่องนี้ หรือ แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 165 เพิ่มเติมการทำประชามติกรณีมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เข้าไป แต่ต้องทำความเข้าใจต่อสังคมเช่นเดียวกัน ทั้งต้องอธิบายให้ชัดเจนด้วยว่า ไม่ใช่การถ่วงเวลา แต่เป็นความรอบคอบ โดยจะเร่งรัดดำเนินการไปพร้อมๆ กับการรณรงค์ทำความเข้าใจ
นายโภคินกล่าวต่อว่า ข้อ 4.ในระหว่างนี้หากจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราควบคู่กันไปด้วยก็สามารถกระทำได้ โดยสมควรที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องร่วมกันก่อน เช่น มาตรา 237 และมาตราอื่นๆ ที่ขัดต่อหลักประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม 5.ส่วนกรณีที่ว่าหากมีการลงมติในวาระ 3 แล้วและยังคงมีการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญอีกหรือไม่ หรือจะมีกระบวนการต่อต้านในรูปแบบต่าง ๆ อีกหรือไม่ เห็นว่า โดยบริบทของสังคมปัจจุบันซึ่งยังคงมีความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอยู่ คงไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าจะไม่มีเหตุเช่นนั้น แต่รัฐสภาและรัฐบาลต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นหลักในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขต่อไป
นายโภคิน กล่าวว่า คาดว่าจะสามารถส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ความยาวประมาณ 50 หน้าให้เเก่พรรคร่วมรัฐบาลได้ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ หลังจากตรวจเเก้เเล้วเสร็จ เเละจะจัดทำเป็นรูปเล่มเผยเเพร่เป็นทางการในสัปดาห์หน้า
ด้าน นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ข้อสรุปของคณะทำงานที่เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราได้นั้น ดำเนินการได้เฉพาะมาตราที่ไม่ผูกพันกับมาตราอื่นและหลายฝ่ายเห็นร่วมกันว่าต้องแก้ เช่น มาตรา 237 และไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 291 ที่ญัตติค้างวาระในรัฐสภาได้ ทั้งนี้แนวทางหลังจากนี้หากพรรคร่วมรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าจัดทำประชามติก่อนลงมติในวาระ 3 จะต้องมีการรณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนเกี่ยวกับการจัดทำประชามติควบคู่ไปกับการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะในกฎหมายประชามติระบุชัดเจนว่าประชาชนต้องได้รับความรู้ครบถ้วนก่อนลงประชามติ
ขณะที่ นายชูศักดิ์ ศิรินิล คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เมื่อฟังจากเสียงของรัฐบาลแล้วเห็นว่ามีความชัดเจนที่จะมีการจัดทำประชามติก่อนดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นวิธีที่รอบคอบที่สุด อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลได้รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้หมดแล้ว จึงเสนอคำแนะนำไป แต่หลักจากนี้จะเลือกเดินอย่างไรให้ขึ้นอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาล







