
บีบ‘ปตท.’เพิ่มปั๊มเอ็นจีวีแลกขึ้นก๊าซกก.2.78บาท
พงษ์ศักดิ์ บีบ ปตท.เพิ่มปั๊มเอ็นจีวีมีครบทุกจังหวัด สางปัญหาก๊าซหมด ก่อนยอมให้ขยับราคาขายปลีก 2.78 บาท/กก.
พงษ์ศักดิ์ บีบ ปตท.เพิ่มปั๊มเอ็นจีวีมีครบทุกจังหวัด สางปัญหาก๊าซหมด ก่อนยอมให้ขยับราคาขายปลีก 2.78 บาท/กก.
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงพลังงาน ถึงนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานว่า ได้สั่งการให้บริษัท ปตท. เร่งลงทุนเพิ่มจำนวนปั๊มเอ็นจีวีให้ครอบคลุมทุกจังหวัด โดยจัดทำเป็นแผนที่แสดงจุดตั้งปั๊มเอ็นจีวีให้ชัดเจน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า หลังจากนั้นจึงจะอนุมัติให้ปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีอีก 2.78 บาท/กก. จากปัจจุบันที่มีราคาอยู่ที่ 10.50 บาท/ก.ก. ขณะที่ราคาก๊าซที่แท้จริงอยู่ที่ 13.28 บาท
“เท่าที่ปตท.รายงานมาเบื้องต้นเรื่องแผนขยายปั๊มของปตท. ยังไม่เป็นที่พอใจนัก ต้องการให้กำหนดนโยบายการสร้างปั๊มเอ็นจีวีให้ดีกว่านี้ หากปตท.ไม่มีแผนสร้างปั๊มเพิ่มก็ต้องรับภาระในเรื่องราคาเอ็นจีวีต่อไป ซึ่งตอนนี้ปตท.มีภาระสะสมในการชดเชยราคาเอ็นจีวีอยู่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท แต่ถ้าแก้ปัญหาเรื่องปั๊มและปริมาณก๊าซฯได้ก็จะยอมให้ปรับขึ้นราคา” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับแนวทางการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวี จะมีมาตรการช่วยเหลือให้กับรถบริการสาธารณะ โดยออกบัตรเครดิตพลังงานเพื่อใช้เป็นส่วนลด ราคา 2 บาท/กก. แต่ถ้าเป็นรถบ้านก็ต้องรับภาระตรงนี้ไปโดยราคาที่จะปรับขึ้นจะสะท้อนต้นทุนเนื้อก๊าซฯที่แท้จริงอยู่ที่ 13.28 บาท/ก.ก.
ขณะที่นโยบายการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) จะมีการปรับราคาในปี 2556 เพื่อลดภาระการอุดหนุนราคาลง โดยเฉพาะแอลพีจีในภาคครัวเรือนและภาคขนส่งจะปรับขึ้นไปถึง 24.82 บาท/กก. เพื่อสะท้อนต้นทุนราคา แต่จะเป็นการปรับแบบขั้นบันได และมีมาตรการช่วยเหลือผลกระทบให้กับผู้มีรายได้น้อยประมาณ 4 ล้านครัว เรือนแยกเป็นกลุ่มผู้ใช้ไฟฟรี 50 หน่วย และผู้ที่ไม่มีไฟใช้ 3.8 ล้านครัวเรือน ซึ่งจะชดเชยราคาแอลพีจีให้ในปริมาณ 6 กก./เดือน ส่วนประเภทร้านอาหาร หาบเร่แผงลอย 2.8 แสนครัวเรือน จะอุดหนุนแอลพีจีให้เดือนละ 150 กก.
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ได้สั่งให้กรมธุรกิจพลังงานจับกุมผู้ที่ลักลอบนำแอลพีจีครัวเรือนไปใช้ในภาคขนส่ง โดยพบว่าปริมาณการใช้แอลพีจีสำหรับรถยนต์นั่งและแท็กซี่ ต้องใช้แอลพีจีจำนวน ปัจจุบันมีรถบ้านที่ใช้แอลพีจีอยู่9.1 แสนคัน เฉลี่ยต้องใช้แอลพีจีอยู่เดือนละ 9 หมื่นตัน ส่วนรถแท็กซี่แอลพีจีมีอยู่ 3 หมื่นคันมีการใช้แอลพีจีอยู่เดือนละ 3 หมื่นตัน รวมแล้วต้องใช้แอลพีจี1.2 แสนตัน แต่ยอดจำหน่ายแอลพีจีที่ปั๊มอยู่ที่ 8.8 หมื่นตัน/เดือน มีส่วนต่างที่หายไป 3.2 หมื่นตัน ซึ่งน่าสังเกตว่ามีการลักลอบนำแอลพีจีครัวเรือนมาใช้ในภาคขนส่งและภาคอื่นๆ เช่น เครื่องจักรกลการเกษตร รถยก ปั๊มน้ำ







