posttoday
4พรรคร่วมรัฐบาลยันต้องแก้รธน.ปี50

4พรรคร่วมรัฐบาลยันต้องแก้รธน.ปี50

10 ธันวาคม 2555

4พรรคร่วมรัฐบาลแถลงเจตนารมณ์ 3 ข้อวันรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ไขรธน.ปี50 ชี้บทบัญญัติไม่สอดคล้องหลักประชาธิปไตย

4พรรคร่วมรัฐบาลแถลงเจตนารมณ์ 3 ข้อวันรัฐธรรมนูญ ต้องแก้ไขรธน.ปี50 ชี้บทบัญญัติไม่สอดคล้องหลักประชาธิปไตย  

ที่รัฐสภา มีการประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ในการประกาศเจตนารมณ์วันรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายสันตศักย์ งามพิเชษฐ์ ตัวแทนพรรคพรรคพลังชล นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา ตัวแทนพรรคชาติพัฒนา และนายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการคณะทำงานพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อศึกษาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291

หลังการหารือในที่ประชุมได้ออกแถลงการณ์ว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 ก็เป็นผลพวงโดยตรงของการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ซึ่งแม้จะมีการอ้างว่ามาจากการออกเสียงประชามติก็ตาม แต่การออกเสียงประชามติดังกล่าวก็เป็นไปในลักษณะบีบบังคับว่า ถ้าหากประชาชนไม่รับ คณะรัฐประหาร สามารถนำเอารัฐธรรมนูญในอดีตที่เคยมี มาปรับปรุงแก้ไขแล้วใช้บังคับต่อไปได้ ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นแบบกึ่งเผด็จการหรือเผด็จการ จึงเป็นที่ปรากฏชัดเจนต่อสังคมว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย หลักการแบ่งแยกอำนาจ หลักนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมือง ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งการได้มาซึ่งบุคคลในองค์กรอิสระต่างๆ ก็ขาดการเชื่อมโยงกับประชาชนอย่างที่ควรจะเป็น

นอกจากนี้ ยังมีการนิรโทษกรรมให้แก่คณะรัฐประหารและรับรองการประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารตลอดจนการปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องกับประกาศและคำสั่งดังกล่าวว่าชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยรับธรรมนูญ อันเป็นการขัดต่อความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญเองและขัดต่อหลักนิติธรรมโดยชัดแจ้งนายจารุพงศ์ กล่าวว่า เพื่อให้สังคมได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ชอบธรรมเป็นประชาธิปไตย ค้ำประกันหลักนิติรัฐ นิติธรรม มีสันติสุขและความมั่นคง พรรคร่วมรัฐบาลจึงขอประกาศเจตนารมณ์

1. จะร่วมกันพิทักษ์รักษา ส่งเสริม สนับสนุน และธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

2.รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดในการปกครองประเทศ จะต้องมีที่มาจากประชาชน โดยประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดการทำตั้งแต่ยกร่างจนถึงการให้ความเห็นชอบ

3.รัฐธรรมนูญต้องมีสาระสำคัญเป็นการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐของทุกองค์กรอย่างเต็มที่ มีการปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

ด้าน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ทางพรรคเองยังไม่ได้มีข้อสรุปรเสนอโหวตคว่ำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ขอให้มีการศึกษารายงานที่คณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลได้ส่งมาก่อน ซึ่งจะมีการประชุมที่พรรคเพื่อไทยในวันพรุ่งนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนกว่านี้ในหลายเรื่อง เพราะตอนนี้รายงานดังกล่าวยังไม่ได้ส่งมา

นายวราเทพ กล่าวว่า หลังจากที่ประชุมคณะทำงานพรรคร่วมฯแล้ว ก็จะได้ส่งรายงานครั้งสุดท้ายให้กับพรรคร่วมฯนำไปหารือกันเองในพรรคอีกครั้ง ว่าแต่ละพรรคมีความเห็นต่อแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร แต่ในส่วนของพรรคเพื่อไทย เบื้องต้นก็มีความเห็นตามแนวทางที่อยู่ในรายงานแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ได้รับฟังความเห็นจากนักวิชาการ คือ การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องเดินหน้าต่อในการโหวตวาระ 3 เพื่อเปิดทางให้สสร.ได้ทำงานร่างรัฐธรรมนูญ เมื่อร่างเสร็จแล้วจึงทำประชามติจากประชาชนว่าจะเอาหรือไม่ ถ้ารับก็ประกาศใช้ ถ้าไม่รับก็ตกไป ส่วนจะมีใครไปร้องศาลรัฐธรรมนูญอีกนั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิ

อย่างไรก็ตามหากกระบวนการของสสร.เริ่มต้นไปแล้ว จะมีส.ว. รวบรวมรายชื่อสส. และสว. เพื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตรา ตนคิดว่าทำได้ ไม่มีข้อห้ามอะไร

ขณะที่ นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวถึงความสำคัญของรัฐธรรมนูญไทย ว่า ต้องเคารพ ขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญทุกฉบับสามารถที่จะปรับปรุงแก้ไข ตามสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลง เพราะห้วงเวลาหนึ่งอาจจะเหมาะสมและเปลี่ยนแปลง ดังนั้นในทางการเมืองรัฐธรรมนุญปรับเปลี่ยนได้ สิ่งสำคัญก็คือต้องยึดหลักรัฐธรรมนุญ เพราะรัฐธรรมนุญเป็นกฎหมายแม่บทที่พูดถึงเรื่องประชาธิปไตยภายใต้ระบอบพระมหากษัตริย์ สิ่งอะไรที่ปรับปรุงแก้ไขจะทำต้องคำนึงถึงประเพณี วัฒนธรรม ประเทศและบ้านเมือง

ทั้งนี้กระบวนการสำคัญของการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ คิดว่าความจำเป็นมากกว่านี้คือการสื่อสารไปยังประชาชนในเชิงสาระว่าจะแก้ไขอะไร เพราะว่าต้องยอมรั้บสถานการณ์ขณะนี้อยู่ในท่ามกลางความไม่ไว้วางใจกัน ดังนั้นการที่จะปรับปรุงแก้ไขอะไรต้องระวัง คือ แม้จะลงมติอย่างไร ต้องคิดถึงผลที่จะตามมา ว่าจะสุ่มเสี่ยง หรือความเปราะบางว่าสังคมจะได้รบผลการดำเนินการ ต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ที่สำคัญคือการสื่อสารให้สังคมรู้ ว่าอะไรเป็นอะไร ในเรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ  ข้อเท็จจริงการแก้ไขด้วยพื้นฐานที่ว่าอะไรที่ตกลงกันได้ แก้ไขได้ ก็แก้ก่อนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องทำทั้งฉบับ เพราสถานการณ์แบบนี้คนยังอยู่บนพื้นฐานของความไม่ไว้วางใจ

ส่วนที่รัฐบาลใช้กลไกมหาดไทยขับเคลื่อนการรณรงค์นั้น  นายวุฒิสารกล่าวว่า ฝ่ายที่ขับเคลื่อนต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมา ทุกแง่มุม เพราะวันนี้มันมีความเปราะบางสูง ดังนั้นกระบวนการที่ทำให้สังคมเห็นตรงกัน เข้าใจตรงกันให้มากขึ้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ากระบวนการประชาธิปไตยที่ใช้เสียงข้างมาก แต่ขณะเดียวกันเสียงข้างมากต้องสร้างการยอมรับในสังคมนั้น ต้องสร้างความเข้าใจให้เห็น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท