
ไทยผลิตยาต้านเอดส์ได้เอง
อภ.ปั๊ม2ชนิดถูกกว่านำเข้าถึง3เท่าเริ่มม.ค.ปีหน้าผู้ติดเชื้อ2หมื่นเฮ
อภ.ปั๊ม2ชนิดถูกกว่านำเข้าถึง3เท่าเริ่มม.ค.ปีหน้าผู้ติดเชื้อ2หมื่นเฮ
องค์การเภสัชกรรมสามารถผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ได้ 2 ชนิด ราคาถูกกว่านำเข้า 3 เท่า
นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์ รมว.สาธารณสุข (สธ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การเภสัชกรรม (อภ.) สามารถผลิตยาต้านไวรัสเอดส์ได้เอง 2 รายการ ได้แก่ 1.ยาเม็ดอีฟาไวเรนซ์ 600 มิลลิกรัม ซึ่งใช้ในผู้ป่วยที่ดื้อยาสูตรแรก 2.ยาเม็ดผสมโลปินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ 200/50 มิลลิกรัม และ 100/25 มิลลิกรัม เป็นเหตุให้จากนี้ไม่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
“มีผู้ป่วยประมาณ 12 หมื่นราย ที่ต้องใช้ยาดังกล่าว โดยยาที่ อภ.ผลิตขึ้นมีราคาถูกกว่ายาที่นำเข้าจากต่างประเทศถึง 3 เท่าตัว” นพ.ประดิษฐ กล่าว
นพ.วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการ อภ. กล่าวว่า อภ.สามารถผลิตยาเม็ดอีฟาไวเรนซ์ 600 มิลลิกรัม ได้เดือนละ 34 หมื่นขวด บรรจุขวดละ 30 เม็ด ขณะนี้อยู่ระหว่างการขึ้นทะเบียนจากคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าจะเริ่มผลิตในเดือน ม.ค. 2556
สำหรับยาเม็ดผสมโลปินาเวียร์/ริโทนาเวียร์ สามารถผลิตได้เดือนละ 2 หมื่นขวด บรรจุขวดละ 120 เม็ด โดยได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการผลิต
นอกจากนี้ อภ.ยังได้มีการวิจัยและพัฒนาผลิตยาเม็ดทีโนโฟเวียร์ ขนาด 300 มิลลิกรัม โดยพัฒนาให้กินง่ายขึ้นจากเดิมจากวันละ 2 เม็ด เช้าเย็น เป็นวันละ 1 เม็ด ตอนเช้าเท่านั้น ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาการดื้อยาจากการลืมกินยาได้
ทั้งนี้ ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยโรคเอดส์สะสมประมาณ 1,157,589 คน ในจำนวนนี้ยังมีชีวิต 464,414 คน และคาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยเอดส์รายใหม่ 9,473 คน โดย 62% ของผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย กลุ่มพนักงานขายบริการทั้งชายและหญิง และผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น
สำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ภายหลังมีการบูรณาการ 3 กองทุนเป็นมาตรฐานเดียว มีผู้ติดเชื้อผู้ป่วยได้รับยาทั้งสิ้น 225,272 ราย ประกอบด้วย สิทธิบัตรทอง จำนวน 148,357 ราย สิทธิประกันสังคม 46,114 ราย สิทธิสวัสดิการข้าราชการ 12,059 ราย และอื่นๆ อีก 18,742 ราย
พร้อมกันนี้รัฐบาลมีนโยบายให้ตรวจเลือดโดยสมัครใจฟรีปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้เข้าสู่การรักษาทันท่วงที







