
80 ปีรัฐธรรมนูญความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุด
10 ธ.ค. 2555 ครบรอบ 80 ปี ของการมีรัฐธรรมนูญของไทยนับตั้งแต่ฉบับแรก พ.ศ. 2475
10 ธ.ค. 2555 ครบรอบ 80 ปี ของการมีรัฐธรรมนูญของไทยนับตั้งแต่ฉบับแรก พ.ศ. 2475
โดย...ธนพล บางยี่ขัน
ซึ่งปรากฏว่าสังคมไทยยังล้มลุกคลุกคลานกับรัฐธรรมนูญนับ 18 ฉบับ และยังมีความพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่อง ชนิดที่ไม่รู้ว่าจะจบลงที่จุดใด และเมื่อใด กว่าจะถึงจุดสมดุลลงตัวของคนทั้งประเทศ ท่ามกลางความหวั่นวิตกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ อาจเป็นชนวนนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่
ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ประธานสภาพัฒนาการเมือง เห็นว่า 80 ปีที่ผ่านมา รัฐธรรมนูญมีพัฒนาการมากขึ้นจากการที่มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 18 ฉบับ ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1.รัฐธรรมนูญที่มาจากเผด็จการที่ประกาศใช้ชั่วคราวหลังปฏิวัติ 2.รัฐธรรมนูญกึ่งประชาธิปไตย เช่น ให้อำนาจวุฒิสภาเทียบเท่าสภาผู้แทนราษฎร และ 3.รัฐธรรมนูญที่ถือว่าเป็นประชาธิปไตย
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากๆ คือ รัฐธรรมนูญปี 2517 หลังเหตุการณ์ 14 ต.ค. 2516 ที่ให้สิทธิประชาชน และต่อมารัฐธรรมนูญปี 2540 ที่นอกจากเรื่องสิทธิเสรีภาพแล้ว ยังมีเรื่องกำหนดให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น สส. รวมไปถึงองค์กรอิสระในการควบคุมตรวจสอบการใช้อำนาจการเมือง
“แต่ก็ยังมีปัญหาเกิดการแทรกแซงองค์กรอิสระจนไม่สามารถดำเนินการได้ จนเกิดรัฐธรรมนูญปี 2550 ซึ่งเรื่องสิทธิเสรีภาพถือว่าดีกว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 แม้จะมีเสียงต่อต้านเรื่องที่มา แต่ประชาชน 14 ล้านเสียง ก็ให้ความเห็นชอบ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่บางฝ่ายต้องการแก้ไข เช่น เรื่องโทษของกรรมการบริหารพรรคที่ส่งผลให้ยุบพรรคการเมือง” อาจารย์ธีรภัทร์ กล่าว
จากนั้น ศ.ดร.ธีรภัทร์ เสริมในภาพใหญ่เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่อาจนำมาสู่ความขัดแย้งว่า สาเหตุที่ทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังจะเกิดขึ้นมีปัญหา เพราะไม่มีการระบุวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับเอาไว้ให้ชัดเจน ทำให้เกิดความขัดแย้งระหว่างฝั่งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยให้มีการแก้ไข ดังนั้นควรจะต้องไปทำกลไกการแก้ไขให้ถูกต้องชัดเจนเสียก่อน โดยให้ทุกฝ่ายลดละความขัดแย้ง
“ควรให้การพิจารณาวาระ 3 ที่ยังค้างอยู่ด้วยการลงมติให้ตกไปก่อน จากนั้นค่อยมายกร่างกระบวนการแก้ไขให้ชัดเจนว่าใช้เสียงเท่าไหร่ ใช้วิธีใด โดยระบุชัดไปเลยว่าต้องมีการทำประชามติก่อนยกร่างทั้งฉบับหรือไม่ หรือจะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) มารับหน้าที่ยกร่างอย่างไรก็ว่ากันไป เพื่อให้เป็นกระบวนการที่ถูกต้อง เรื่องนี้ควรถือคติช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม อย่าเดินหน้าไปตกหลุมความขัดแย้ง” ประธานสภาพัฒนาการเมือง ระบุ
ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายชัดเจนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวรัฐธรรมนูญ แต่อยู่ที่สังคม องค์กรที่นำไปปฏิบัติ โดยรัฐธรรมนูญที่ดีประชาชนต้องมีความเชื่อถือต่อสิทธิของประชาชนภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งที่ผ่านมาการแก้รัฐธรรมนูญกี่ครั้ง ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความเชื่อถือของประชาชนต่อรัฐธรรมนูญ หรือทำให้รัฐธรรมนูญเข้าไปอยู่ในใจประชาชนได้
อาจารย์กิตติศักดิ์ บรรยายเพิ่มเติมว่า การเปลี่ยนแปลงของรัฐธรรมนูญตลอดระยะเวลา 80 ปีที่ผ่านมา ยังอยู่ในรูปลายลักษณ์อักษร แต่ไม่ได้สร้างวัฒนธรรมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่มีรัฐบาลไหนส่งเสริมการทำความเข้าใจในเนื้อหารัฐธรรมนูญ ย่อมไม่ทำให้เกิดความเข้มแข็ง ซึ่งหน้าที่ของรัฐบาลต้องส่งเสริมการศึกษาตั้งแต่ในโรงเรียน มหาวิทยาลัย ในหมู่ประชาชน ให้เข้าใจในสิทธิตามรัฐธรรมนูญ
“ตราบใดที่คนยังไม่เข้าใจในเนื้อหา รัฐธรรมนูญก็จะเป็นช่องทางให้คนที่มีอำนาจมาแสวงหาประโยชน์ เป็นเครื่องมือทางการเมืองเข้ามาหาประโยชน์ ไม่ได้มีไว้ปกป้องสิทธิของประชาชน เป็นข้ออ้างที่นำมาสู่การเคลื่อนไหวเรียกร้องนู่นนี่นั่น ที่ผ่านมาการเรียกร้องประชาธิปไตยเรื่องรัฐธรรมนูญ คนส่วนใหญ่ยังไปสนใจที่บุคคลผู้ที่ออกมาเรียกร้อง มากกว่าสนใจในหลักการ” ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ กล่าว
ส่วนประเด็นเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นชนวนความขัดแย้งนั้น นักวิชาการนิติศาสตร์รายนี้มองว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็เป็นชนวนเรื่องความขัดแย้งได้ แต่ถ้าถามว่าประชาชนเชื่อมั่นต่อรัฐธรรมนูญแค่ไหน ต้องย้อนไปดูว่าประชาชนเชื่อมั่นต่อผู้แทนราษฎรแค่ไหน ถ้าเชื่อมั่นมากก็จะเชื่อมั่นต่อรัฐธรรมนูญมาก แต่หากเชื่อมั่นต่อผู้แทนราษฎรลดลง ความเชื่อมั่นต่อรัฐธรรมนูญลดลง เพราะผู้แทนฯ เป็นส่วนหนึ่งที่มาจากรัฐธรรมนูญ
สอดคล้องกับ รศ.ดร.ตระกูล มีชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย เห็นถึงปัญหาของรัฐธรรมนูญว่า ที่ผ่านมาประชาชนยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญว่ามีผลต่อวิถีชีวิตอย่างไร แม้หลังเหตุการณ์เดือนตุลา 25152516 ซึ่งมีขบวนการนิสิตนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว แต่หลังจากนั้นผ่านมา 40 ปี ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเนื้อหารัฐธรรมนูญ มีเข้าใจกันเฉพาะที่เรียนในหลักสูตรวิชารัฐธรรมนูญในมหาวิทยาลัยเท่านั้น
“เมื่อประชาชนไม่เข้าใจในเนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญ ก็จะกลายเป็นเครื่องมือรองรับความชอบธรรมของกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่จะออกมาเคลื่อนไหวเรื่องรัฐธรรมนูญ” นักวิชาการด้านการเมือง ระบุ
ในเรื่องของความเป็นเครื่องมือทางการเมือง รศ.ดร.ตระกูล ขยายความไปถึงคณะทำงานของพรรคร่วมรัฐบาลในการพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า อาจเป็นเพียงแค่การโฆษณาชวนเชื่อเพื่อสร้างมติมหาชนเท่านั้น มากกว่าการทำให้ประชาชนเข้าใจรัฐธรรมนูญ
“ที่ผ่านมาปัญหาการเมืองไทยเกิดการต่อสู้ของกลุ่มอำนาจทางการเมือง โดยใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือรักษาอำนาจทางการเมือง หากยังเดินหน้าเพียงเพื่อเป้าหมายที่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพียงอย่างเดียว ย่อมนำไปสู่วงจรเดิมๆ ที่มีคนออกมาต่อต้านคัดค้าน” อาจารย์ตระกูล ทิ้งท้าย







