
นครพนมเกิดเหตุมือมืดเผาป่วนเมือง5จุดปริศนา
คนร้ายก่อเหตุวางเพลิง 5 จุดในเมืองนครพนม ตำรวจพบภาพวงจรปิดระบุชัดลงมือเพียงคนเดียว ยันไม่เกี่ยวกับปัญหาความมั่นคง
คนร้ายก่อเหตุวางเพลิง 5 จุดในเมืองนครพนม ตำรวจพบภาพวงจรปิดระบุชัดลงมือเพียงคนเดียว ยันไม่เกี่ยวกับปัญหาความมั่นคง
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายลอบวางเพลิงในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครพนมถึง 5 จุดโดยภายหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.สมนึก มิควาฬ ผกก.สภ.เมืองนครพนม พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจสอบ ทั้งนี้จุดที่ 1 พบว่า มีการวางเพลิงเผายางรถยนต์ จำนวนประมาณ 10 เส้น ข้างร้านคาร์แม็คยางยนต์ ถนนเฟื่องนคร ทางเข้า บขส. ในเขตเทศบาลมืองนครพนม
จุดที่ 2 เกิดเพลิงไหม้โกดังโภคินเก็บวัสดุก่อสร้างที่บ้านเลขที่ 360/1 ถนนเฟื่องนคร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นของนายสมชาติ ธรรมโภคิน ผู้รับเหมาก่อสร้าง เพลิงได้ลุกไหม้ไม้แบบก่อสร้าง และอะไหล่รถยนต์เก่า ภายในโกดัง เสียหายประมาณ 1 แสนบาท แต่เจ้าหน้าที่ควบคุมเหตุไว้ได้ จุดที่ 3 เกิดเหตุไฟไหม้รถยนต์ปิคอัพ 4 ประตู ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่น มิวเซเว่น ซึ่งจอดไว้หลังบ้าน เลขที่ 2/1 ถนนพันมหาสามัคคี ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม ซึ่งเป็นบ้านของ นายสมเกียรติ โชติวุฒิเดชา สมาชิกสภาเทศบาลเมืองนครพนม ไฟได้ไหม้ห้องเครื่องยนต์เสียหายครึ่งคัน
จุดที่ 4 เกิดเหตุเพลิงไหม้ รถบรรทุกน้ำมัน ขนาด 6 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ ทะเบียน 87-0042 นครราชสีมา จอดที่บริเวณปั้มน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนนิตโย ในเมืองนครพนม ไฟลุกไหม้ด้านคนขับและบริเวณล้อรถรถด้านขวาเสียหาย โดยสามารถดับไฟได้ทันก่อน และ จุดที่ 5 ได้เกิดเพลิงไหม้ภายในอาคารศูนย์สงเคราะห์ยางพารา บ้านภูเขาทอง ถ.นิตโย ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ซึ่งเป็นอาคารของทางราชการ อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ไฟได้เผาไหม้อุปกรณ์การก่อสร้าง เสียหายบางส่วนภายในอาคาร
พ.ต.อ.สมนึก เปิดเผยว่า ได้ระดมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเร่งหาเบาะแส ติดตามตัวคนร้ายมาสอบสวนดำเนินคดี ซึ่งส่วนใหญ่ภาพรวมของความเสียหายไม่มาก เพราะควบคุมเหตุได้ทัน เบื้องต้นจากการสอบสวนยังไม่พบสาเหตุถึงความขัดแย้งกับผู้เสียหาย หรือสาเหตุของปมการก่อเหตุ
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโกดังโภคิน เก็บวัสดุก่อสร้างที่บ้านเลขที่ 360/1 ถนนเฟื่องนคร ในเขตเทศบาลเมืองนครพนม พบว่าผู้ก่อเหตุเป็นชายเพียง 1 คน ซึ่งแนวทางการสอบสวนนั้นยังไม่ขอเปิดเผย ซึ่งจะได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ตามแกะรอยจับกุมคนร้ายให้เร็วที่สุด
ส่วนประเด็นหลักมุ่งปัญหาความไม่พอใจส่วนตัว ระหว่างผู้เสียหายกับผู้ก่อเหตุ และปัญหาความคึกคะนองก่อเหตุ ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับปัญหาความมั่นคง ส่วนหนึ่งเชื่อว่าผู้ก่อเหตุอาจจะมีอาการทางประสาทไม่สมประกอบ และพบว่าเคยมีประวัติลักขโมยสิ่งของ ซึ่งเคยถูกจับได้แต่ผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ







