
ธปท.สะอึกค่าแรง300ช็อกศก.ไทย
แนะรัฐบาลลดภาษีเอสเอ็มอีเหลือ 10% พร้อมช่วยขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
แนะรัฐบาลลดภาษีเอสเอ็มอีเหลือ 10% พร้อมช่วยขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ติงรัฐบาลว่าการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ม.ค. 2556 เป็นการช็อกระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพราะมีการปรับขึ้นถึง 70% จากค่าเฉลี่ยทั่วประเทศ
ขณะที่ค่าจ้างในระดับที่เพียงพอต่อการใช้จ่ายตามอัตภาพ ควรเพิ่มจาก 175 บาท เป็น 195 บาท และในระดับของการใช้จ่ายตามคุณภาพ ควรเพิ่มจาก 175 บาท เป็น 211 บาท หรือเพิ่มเพียง 11% และ 20% ตามลำดับ
สำหรับธุรกิจที่ได้รับผลกระทบมาก คือ ผลิตภัณฑ์พลาสติก สิ่งทอขั้นต้น อุปกรณ์ไฟฟ้า เหล็กและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ เครื่องแต่งกาย ยานยนต์และจักรยานยนต์
นางสมศจี ศิกษมัต ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติ ธปท. กล่าวว่า รัฐบาลต้องมีมาตรการ ช่วยลดภาระด้านภาษีให้แก่ภาคธุรกิจอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของภาษีที่จ่ายอยู่ในปัจจุบัน เช่น ลดภาษีให้เหลือ 10% จากที่เคยจ่าย 20% ต่อปี
รวมทั้งมีมาตรการลดต้นทุนการผลิต เช่น การส่งเสริมการนำเข้าเครื่องจักรมาใช้ในการผลิต และช่วยขยายตลาดในการจำหน่ายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่นางวรีมน นิยมไทย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารได้ตั้งทีมติดตามลูกค้า หากพบสัญญาณว่าเริ่มมีปัญหาก็จะเข้าไปดูแลทันที
นายปพนธ์ มังคละธนะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอสเอ็มอีและซัพพลายเชน ธนาคารทหารไทย กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามดูลูกค้าเอสเอ็มอีในจังหวัดที่ต้นทุนค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด เช่น จ.น่าน และพะเยา ที่ค่าจ้างเพิ่มขึ้นถึง 90%
ด้านนายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบจากค่าจ้าง 300 บาท 2,193 ราย แรงงานได้รับผลกระทบ 49,316 ราย ซึ่งจะนำข้อมูลดังกล่าวเสนอที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบ ในวันที่ 14 ธ.ค.นี้







