
ก้าวใหม่เยาวชนปรับตัวรองรับเออีซี
ขณะที่มหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังปรับตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ฝั่งนักศึกษา ชั้นปี 1 กลุ่มหนึ่งก็ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่าย ด้วยพวกเขารู้ว่า ในปี 2558 ที่จะมีประชาคมแห่งใหม่ขึ้นในภูมิภาค จะเป็นปีที่พวกเขาจะจบการศึกษาพอดี
ขณะที่มหาวิทยาลัยต่างๆ กำลังปรับตัวเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ฝั่งนักศึกษา ชั้นปี 1 กลุ่มหนึ่งก็ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่าย ด้วยพวกเขารู้ว่า ในปี 2558 ที่จะมีประชาคมแห่งใหม่ขึ้นในภูมิภาค จะเป็นปีที่พวกเขาจะจบการศึกษาพอดี
หากไม่เรียนรู้ไม่ผลักดันให้เยาวชนเท่าทันประชาคมแห่งใหม่ ย่อมทำให้เยาวชนไทยจำนวนไม่น้อยตกยุคและเสียเปรียบเพื่อนบ้าน
สรณ์สกุล เถาหมอ จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ภาคอินเตอร์ ในฐานะประธานเครือข่ายเยาวชนอาเซียนแห่งประเทศไทย (Asean Thailand Youth Community: ATYC) ระบุว่า ได้มีการรวมกลุ่มนักศึกษาชั้นปี 1 คณะรัฐศาสตร์ มธ.ขึ้น เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา โดยได้แนวคิดมาจากการทำกิจกรรมของนักศึกษาในต่างประเทศก่อนเข้าสู่สหภาพยุโรป (อียู) เช่น มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์
“จึงได้คุยกันภายในกลุ่มเล็กๆ ว่า ควรทำกิจกรรมของนักศึกษาก่อนเข้าสู่เออีซี และได้ไปปรึกษาอาจารย์ จากนั้นก็ขออนุมัติจัดตั้งเครือข่ายขึ้นในนามเครือข่ายเยาวชนอาเซียนแห่งประเทศไทย
สรณ์สกุล เล่าว่า ต่อมาได้ติดต่อเพื่อนที่เรียนรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นเมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา จึงได้จัดสัมมนาวิชาการขึ้นเป็นกิจกรรมแรกที่สมาคมธรรมศาสตร์ ในหัวข้อ “วาทกรรมและความจริงของ AEC” โดยเชิญรองอธิบดีกรมอาเซียน และนักวิชาการมาให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเออีซี
ในระหว่างนั้นได้เชิญเพื่อนจากรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เข้าร่วมเครือข่าย พร้อมๆ กับเชิญมหาวิทยาลัยมหาสารคามเข้าร่วมในเวลาต่อมา รวมเป็น 4 มหาวิทยาลัย ขณะเดียวกันก็ได้เชิญประธานสภานักเรียนกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เข้าร่วมสังเกตการในแต่ละกิจกรรมกับเครือข่ายด้วย แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกก็ตาม
“ก่อนจบคิดว่าน่าจะสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศขึ้นให้ได้ ตอนนี้มีสมาชิกแล้ว 836 คน สื่อสารกันผ่านเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 10-12 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ไปออกค่ายให้ความรู้เกี่ยวกับเออีซีแก่นักเรียนชั้นประถมและมัธยมที่โรงเรียนหนองพลับ และโรงเรียนบ้านนายาง จ.ประจวบคีรีขันธ์” สรณ์สกุล ระบุ
ประธานเครือข่ายเยาวชนอาเซียนฯ ขยายความอีกว่า ในระหว่างที่ไปทำกิจกรรมร่วมกับนักเรียนก็พบว่า น้องๆ ไม่มีความรู้เกี่ยวกับเออีซีเลย ในฐานะเป็นพี่จึงจัดกิจกรรมสื่อสารเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น โดยในเดือน ก.พ.ปีหน้าก็ได้มอบหมายให้ มช.เป็นเจ้าภาพจัดเสวนาวิชาการขึ้นที่เชียงใหม่อีกรอบ
“คนส่วนมากรู้เรื่องเออีซีแต่สัมผัสไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่ยังมาไม่ถึง พวกเราจึงคิดว่าควรทำกิจกรรมเพื่อให้เยาวชนได้เข้าใจเรื่องนี้ให้ง่ายมากขึ้น รวมถึงเราเองก็จะได้มีประสบการณ์ด้วย ผมคิดว่าปัจจุบันรัฐบาลเตรียมแต่ในเรื่องนโยบาย แต่จริงๆ ยังไม่พร้อม บุคลากรยังไม่พร้อม ทำให้ภาพรวมเรื่องเออีซีเหมือนเรายังไม่ตระหนัก รู้แต่จะเข้าสู่เออีซี แต่คนไม่เข้าใจว่าทำไมต้องปรับตัว คนไทยยังไม่คิดเชิงวิพากษ์ ไม่คิดว่าเข้าไปแล้วจะได้อะไร เข้าไปทำไม” สรณ์สกุล กล่าว
ด้าน ฐานวัฒน์ พุทธิชีวิน หัวหน้าฝ่ายระดมทุนเครือข่ายเยาวชนอาเซียนฯ อธิบายเพิ่มว่า คำถามจากนักศึกษากลุ่มนี้ ก็คือ เมื่อเข้าสู่เออีซีแล้วคนไทยจะได้อะไร ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม หรือสังคมไทยโดยรวมจะเสียอะไร ต้องปรับตัวอย่างไร ดังนั้นในกลางปีหน้าตั้งเป้าว่าจะระดมทุนจัดมหกรรมในลักษณะเอ็กซ์โป หรือในลักษณะอาเซียนซัมมิตขึ้นที่เมืองทองธานี เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับเออีซี โดยจะเชิญนักเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆ เข้าร่วม
“เราพูดกันว่าควรจะจัดงานใหญ่ไปเลย เพื่อกระจายความรู้ได้กว้างขวาง เน้นกิจกรรมที่ไม่เน่าเบื่อ ทำให้สนุกในลักษณะ Play & Learn เพื่อให้นักเรียนนักศึกษาที่เข้าร่วมสนใจ ไม่ใช่การเลกเชอร์เหมือนในห้องเรียน
ผมคิดว่าการเตรียมพร้อมเข้าสู่เออีซีก็เหมือนการเตรียมดินปลูกต้นไม้ ถ้าดินดีก็ปลูกต้นไม้ขึ้น ถ้ามีความรู้ก็เท่ากับดินดี ปลูกต้นไม้ได้ ในฐานะนักศึกษาเราจะต้องทำให้ดินดีคือมีปุ๋ย เพราะเราจะเป็นกำลังสำคัญในอนาคต และจะเป็นนักศึกษากลุ่มแรกที่จะจบในปีที่เข้าสู่เออีซีในปี 2558 พอดี
“วันนี้เด็กที่กำลังเรียนยังไม่รู้เลยว่าอาชีพไหนเปิดเสรี เมื่อไม่รู้ เขาก็ไม่รู้จะเลือกเรียนอะไรหรืออาจจะตัดสินใจเลือกแบบเก่าๆ แต่ถ้ารู้แล้วปรับตัวก็จะรู้ว่าควรเรียนอะไร” ฐานวัฒน์ ระบุ
ปรมินทร วงศ์ไตรรัตน์ หัวหน้าฝ่ายประสานงานเครือข่ายเยาวชนอาเซียนฯ กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมรายละเอียดของโครงการที่จะจัดในปีหน้าอยู่ เพื่อนำเสนอแก่หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ สนับสนุนการจัดงาน โดยจะเปิดให้หน่วยงานเหล่านี้ร่วมออกบูธในงานด้วย และคิดหาวิธีในการเชิญนักเรียน นักศึกษาที่จะเข้าร่วมว่าจะทำอย่างไรบ้าง
“ตั้งใจว่าจะให้เยาวชนจากชั้นมัธยมปลายทั่วประเทศเข้าร่วมประกวดโต้วาที และจัดซุ้มกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับเออีซี” ปรมินทร ระบุ
ด้าน ฐิติวัฐ อดิศรพันธ์กุล รองประธานเครือข่ายเยาวชนอาเซียนฯ เสริมว่า นักศึกษาคือกลุ่มคนที่จะก้าวไปในอนาคต ดังนั้นการทำงานกลุ่มก็จะต้องมีการปรึกษาหารือกันระหว่างตัวแทนแต่ละมหาวิทยาลัย รวมถึงจะมีระบบการบริหารเครือข่ายด้วย โดยจะมีการเลือกตั้งประธาน 2 ปีครั้ง
ธิติวุฒิ จันทรสมบัติ เลขาธิการเครือข่ายเยาวชนอาเซียนฯ มธ. ระบุว่า ภายใน 12 ปีตั้งเป้าจะผนึกกุล่มนักศึกษาให้เป็น Asean Youth Forum ให้ได้ เพื่อเป็นการลบภาพความขัดแย้งของแต่ละสถาบัน แต่ควรร่วมมือกันให้เกิดประโยชน์ต่อตัวนักศึกษาโดยรวม และผลประโยชน์ต่อประเทศด้วย
ขณะที่ ฌาณัฐ อนันทปัญญสุทธิ์ เลขาธิการเครือข่ายเยาวชนอาเซียนฯ ฝั่งจุฬาฯ กล่าวว่า ได้ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนที่รัฐศาสตร์ มธ.ตั้งแต่แรก แต่ก็จะจัดกิจกรรมภายในขึ้นในจุฬาฯ ในปีหน้าด้วย รวมถึงจะขยายสมาชิกให้ภาควิชาอื่นในคณะเข้ามาร่วมมากขึ้น
“เหตุที่มาทำตรงนี้ เพราะข่าวสารเรื่องเออีซีมีคนรู้แค่ผิวเผิน แม้ประเทศเราจะมีความพร้อมเป็นศูนย์กลางของอาเซียนได้ แต่กลายเป็นว่าไทยตื่นตัวน้อยที่สุด เราไม่พัฒนาประชาชนให้มีความพร้อมจริงๆ
อยากเห็นภาครัฐเตรียมพร้อมให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะเรื่องภาษาที่รู้น้อยสื่อสารไม่ได้ ถึงเวลาที่ควรกระจายข้อมูลความรู้ให้ถึงเยาวชน รวมถึงกระจายไปให้ถึงชาวบ้านว่า ประชาชนจะได้อะไรจากการเข้าสู่เออีซี ไม่ใช่นักธุรกิจหรือภาครัฐเท่านั้นที่จะได้ประโยชน์” ฌาณัฐ กล่าว







