
"ธีรยุทธ" ชี้รัฐประหารไม่จบสิ้น
ธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถา เรื่อง “ทิศทางการเมืองไทยในอนาคต” ในงานเสวนา “เหลียวหลัง แลหน้า 80 ปีรัฐธรรมนูญไทย” ซึ่งจัดโดย สถาบันพระปกเกล้าร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่าประเทศไทยยังโอกาสเกิดความรุนแรงและการรัฐประหารไม่จบสิ้น
ธีรยุทธ บุญมี ผู้อำนวยการสถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์ เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถา เรื่อง “ทิศทางการเมืองไทยในอนาคต” ในงานเสวนา “เหลียวหลัง แลหน้า 80 ปีรัฐธรรมนูญไทย” ซึ่งจัดโดย สถาบันพระปกเกล้าร่วมกับวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ ที่ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. ว่าประเทศไทยยังโอกาสเกิดความรุนแรงและการรัฐประหารไม่จบสิ้น
“ธีรยุทธ” มองว่า ทิศทางประเทศจะมีเพียงปัญหาความรุนแรงระดับย่อยๆ ตราบใดที่ตัวละครหลัก คือ รัฐสภา พรรคการเมือง กองทัพและศาลไม่ล้ำเส้นกัน เช่น กองทัพคล้อยตามคำยุยงให้รัฐประหาร รัฐบาลโกงกินอย่างหน้าด้านเปิดเผย รวมทั้งรัฐสภาแก้รัฐธรรมนูญหรือออกกฎหมายนิรโทษกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องคอร์รัปชัน
“ถ้าผู้เล่นขาดสติ ล้ำเส้น ก็มีโอกาสเกิดความรุนแรงครั้งใหญ่นำพาประเทศไปสู่วังวนอุบาทว์ คือ รุนแรงรัฐประหารไม่จบสิ้น”
ธีรยุทธ อธิบายว่า โดยทฤษฎีและหลักการแล้วรัฐสภาซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชน ย่อมมีอำนาจเต็มที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะรัฐธรรมนูญ คือ กติกาของการอยู่รวมกันโดยการยอมรับ การจัดสรรแบ่งปันอำนาจ ผลประโยชน์ สิทธิเสรีภาพและความเชื่อของคนในสังคม เนื่องจากโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้คนส่วนหนึ่งยังมองว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงมีโอกาสเกิดปัญหาสูง ยังไม่เคยได้ยินว่าเพื่อไทยจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อขยายสิทธิเสรีภาพและผลประโยชน์ของประชาชนอย่างไร
ธีรยุทธ ยังวิเคราะห์ทิศทางการเมืองจากความขัดแย้งของกลุ่มเสื้อเหลืองและกลุ่มเสื้อแดงว่า ความขัดแย้งระหว่างสองสีเสื้อจะไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทิศทางการเมืองของประเทศ เพราะเหลืองแดงเป็นเพียงแค่กลุ่มตื่นตัวทางการเมือง ไม่ใช่ขบวนการทางการเมือง ซึ่งต้องมีเป้าหมายทางอุดมการณ์ ทางการเมืองที่ชัดเจน
ในขณะที่อุดมการณ์ต่อต้านอำมาตย์ยังเป็นเพียงภาพลวงตา ไม่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ ส่วนอุดมการณ์ชาติ กษัตริย์นิยม ของคนเสื้อเหลืองนั้นตีกรอบตัวเองจำกัด แข็งทื่อไม่สามารถมีผลเปลี่ยนทิศทางประเทศ
ธีรยุทธ ประเมินว่า ในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้าคนเสื้อเหลืองและเสื้อแดงจะคลี่คลายตัวมันเองไปตามธรรมชาติ โดยกลุ่มคนเสื้อเหลืองจะคลี่คลายไปเป็นกลุ่มอนุรักษนิยม แนวกลุ่มจงรักภักดี (Royalist) และกลุ่มชาตินิยม ดังเช่นที่เกิดในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ในขณะที่เสื้อแดงจะพัฒนาไปเป็นกลุ่มพลังการเมืองภูมิภาค การเมืองท้องถิ่นเป็นสำคัญ







