posttoday
สองมาตรฐาน อคติเต็มสมอง

สองมาตรฐาน อคติเต็มสมอง

08 ธันวาคม 2555

วสันต์ บอกว่า ช่วงนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำงานท่ามกลางฝ่ายการเมืองใช้ข้อกฎหมายต่อสู้กัน ผมใช้วิธีลดแรงกดดันด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และไม่ตอบโต้ใครอีกคนจะวิพากษ์ จะด่าก็ไม่ว่าอะไร เพียงแต่ถ้าเกินขอบเขตก็จะ ฟ้องคดีอาญา เพราะใช้สิทธิของผม และบางครั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษตัวบุคคลเป็นคดีอาญา

วสันต์ บอกว่า ช่วงนี้ศาลรัฐธรรมนูญทำงานท่ามกลางฝ่ายการเมืองใช้ข้อกฎหมายต่อสู้กัน ผมใช้วิธีลดแรงกดดันด้วยการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแค่ครั้งเดียวเท่านั้น และไม่ตอบโต้ใครอีกคนจะวิพากษ์ จะด่าก็ไม่ว่าอะไร เพียงแต่ถ้าเกินขอบเขตก็จะ ฟ้องคดีอาญา เพราะใช้สิทธิของผม และบางครั้งสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญยื่นร้องทุกข์กล่าวโทษตัวบุคคลเป็นคดีอาญา

“สิ่งที่ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งให้คำชมเชยไว้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า นิ่งเฉย และไม่ได้ไปแสดงท่าทีอคติเป็นศัตรู จะไม่มีการเล่นงานคนที่ออกมาด่าว่า ประเภทต้องเอาให้ตาย เพราะถ้าเราทำอย่างนั้นไม่ใช่ศาลแล้ว ศาลไม่มีอคติ”

ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ยังยืนยันว่า ศาลรัฐธรรมนูญชุดนี้ไม่ได้อยู่ตรงข้ามรัฐบาลพรรคเพื่อไทย เพราะการตัดสินคดีการเมืองที่ผ่านมา บางเรื่อง พรรคประชาธิปัตย์ก็ยังเป็นฝ่ายแพ้

“โดยเนื้อแท้เราไม่ได้เข้าข้างใคร แต่เขาจะมองว่าพวกผมเป็นฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล รัฐบาลนี้ทำอะไรต้องผิดหมด ผมตัดสินให้รัฐบาลแพ้หมดทุกเรื่องจริงไหม (เน้นเสียง) ....ไม่ใช่นะ คุณดูได้ ประชาธิปัตย์ก็มีแพ้ ฝ่ายเพื่อไทยก็มีชนะ”

วสันต์ขยายความว่า กรณีพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (3.5 แสนล้านบาท ) รู้ว่ามาวอร์รูมของรัฐบาลยังคาดว่า พ.ร.ก.นี้ที่ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความต้องขัดรัฐธรรมนูญแน่ แต่สุดท้ายมติของศาลรัฐธรรมนูญก็ให้ผ่าน คือ เราไม่ได้เอาความชอบหรือไม่ชอบมาเป็นอารมณ์ สรุปแล้วถ้าเราไม่เอาความถูกต้องเป็นหลัก แต่เอาความถูกใจ มันก็ใช้ไม่ได้

“ผมเป็นผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมมา 35 ปี เคยไหมที่ไม่ชอบหน้าคู่ความ บางคดีเกลียดทั้งจำเลย เกลียดทั้งทนาย กวนน่าดู แต่พอตัดสินผมก็ปล่อย เพราะหลักฐานมีแค่นั้น เราจะเอาอารมณ์ไม่ชอบขี้หน้าเขามาเล่นงานได้อย่างไร ถ้าทำอย่างนั้นไม่ใช่ศาล ไอ้คนที่พูดกล่าวหาศาลรัฐธรรมนูญ เขามีอคติอยู่เต็มสมอง อยู่เต็มหัวใจ แต่ตัวเราไม่มีอคติ”

“ศาลไม่ได้เป็นตุลาการภิวัตน์ เราก็ว่าไปตามตัวบทกฎหมาย กฎหมายเขียนอย่างนี้คนก็แปลไปอย่างสองอย่าง จะเห็นได้ว่าตัดสินเรื่องใดจะมีความเห็นส่วนตัวของตุลาการทุกคนแนบท้าย ก็อ่านได้ว่าใครคิดเห็นเป็นอย่างไร ไอ้ที่มีนักการเมืองบางคนบอกว่า วินิจฉัยก่อนแล้วมามาเขียนความเห็นส่วนตัวทีหลัง ไอ้นั่นโกหก”

ประเด็นสองมาตรฐานที่คนเสื้อแดงใช้โจมตีฝ่ายตรงข้ามตลอดจนองค์กรอิสระ วสันต์ ชี้แจงว่า “ สองมาตรฐานเป็นคำที่พูดกันเกล่อ ถามว่าแปลว่าอะไร 2 มาตรฐานคือเรื่องเหมือนกันเปี๊ยะ! แล้วตัดสินกันคนละอย่าง เทียบเคียงได้เช่น พกปืนที่ถนนแจ้งวัฒนะ ศาลจำคุก พกปืนที่ถนนงามวงศ์วาน ศาลไม่จำคุกแต่ให้รอการลงโทษ อย่างนี้สิไม่ถูก เพราะพกปืนบนถนนใหญ่เหมือนกัน ข้อหาเดียวกัน”

ก่อนยกตัวอย่างเพิ่ม

“หรือยุบพรรคพลังประชาชน ทำไมไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ แสดงว่า สองมาตราฐาน ทั้งที่ความจริงมันคนละกฎหมาย คนละข้อหา ยุบพลังประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 237 ส่วนพรรคประชาธิปัตย์โดนข้อหาใช้เงินผิดประเภท ยุบตามพ.ร.บ.พรรคการเมือง คนละเรื่อง แล้วบอก สองมาตรฐานได้อย่างไร ถ้าอย่างนั้นฟ้องข้อหาอะไรมาก็ยุบให้หมดซะอย่างนั้นหรือ ไม่ต้องใช้สมอง ก็อยากอยู่เหมือนกันนะ” วสันต์ยักไหล่หัวเราะพลางชี้แจงต่อยกคดีในอดีต แต่สงวนที่บอกว่า เป็นคดีกับใคร ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญในยุคนั้น ตัดสินสองมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด

“สองมาตรฐานจริงๆ เช่น ตอนเช้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นเท็จ แม้เป็นการแจ้งหลังพ้นตำแหน่งก็ผิดตามมาตรานี้ แต่ตอนบ่ายตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเหล่านี้กลับตัดสินคดีแบบเดียวกัน แต่กับอีกคนว่า การแจ้งบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เป็นเท็จ ถ้าแจ้งหลังพ้นตำแหน่งแล้วไม่เข้าเกณฑ์รัฐธรรมนูญมาตรานี้ และตุลาการกลุ่มเดียวกัน อย่างนี้ถึงจะเรียกว่า 2 มาตรฐาน”

ประธานศาลรัฐธรรมนูญเล่าต่อในคดีแกนนำสองสีเสื้อที่ถูกกล่าวหา2 มาตรฐาน

“ที่บอกว่า ข้อหาก่อการร้าย เอ้า! ทำไมเสื้อแดงศาลไม่ให้ประกัน ติดคุกอยู่พักใหญ่ ทำไมเสื้อเหลืองให้ประกัน ต้องถามกลับว่า เสื้อเหลืองถูกยิงเข้าไปในทำเนียบ ก็มีคนตาย เสื้อแดงแม้มีคนตาย มีทหาร ตำรวจตาย แต่ไม่เหมือนกัน คนไปพยายามปั้นเรื่องขึ้นมา เช่น เสื้อเหลืองบุกสนามบิน รู้กันกับศาลรัฐธรรมนูญ พอศาลงดสืบพยาน นัดฟังคำแถลงคดียุบพรรคพลังประชาชน เสื้อเหลืองเก็บกวาดสนามบินเลย ...รู้กันสิ (เสียงสูง) ถ้ารู้มันไม่ไปบุกหรอก จริงไหม บุกไปทำไมให้มีข้อหาเพิ่มเติม”

“สรุปแล้วลงท้าย ฝ่ายโน้นก็ไม่ชอบขี้หน้า ฝ่ายนี้ก็ไม่ชอบขี้หน้า เหมือนกัน เพราะเขาไม่ได้ดังใจ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ไปปราศรัยที่เวทีสัญจร เขาประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญ เพียงแต่คล้ายๆว่ายอมรับแม้จะไม่เห็นด้วย ส่วนฝ่ายรัฐบาลก็คงไม่ชอบผมอยู่แล้ว มันก็แปลกนะเวลาที่เราตัดสินให้เขาชนะก็เงียบกัน แพ้เมื่อไหร่โวย ไม่มีเลยที่บอกว่าเป็นธรรม หรือต้องให้ชนะทุกเรื่อง ถึงบอกว่า เป็นธรรมแล้ว”


ยิงคำถามไปว่า คดียุบพรรคพลังประชาชน ทำไมถึงวินิจฉัยเร็ว วสันต์ ชี้แจงว่า “มันง่าย (เน้นเสียง) การยุบ 3 พรรค(พลังประชาชน ชาติไทย มัฌชิมา) ถูกยุบข้อหาทุจริตเลือกตั้ง พรรคพลังประชาชน ศาลฎีกาตัดสินถือเป็นที่สุด ว่า สส.ที่เป็นกรรมการบริหารพรรคคุณ ทุจริตเลือกตั้ง เมื่อเป็นกรรมการบริหารพรรค คุณก็ตายลูกเดียว ที่เขาโยนมาเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญใช้ดุลพินิจ ไม่ใช่ตัดสินเอง ฆ่าเอง เผาเอง ผมถึงเปรียบเทียบว่า เขาทำเรียบร้อยแล้วส่งมาให้ผมเก็บกระโหลกเท่านั้นแหละ (หัวเราะ)”

สำหรับพรรคมัชฌิมาธิปไตย พรรคชาติไทย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ใบแดงก่อนการประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญเขียนไว้เลยว่า คำวินิจฉัยของ กกต.เป็นที่สุด แปลว่า ไม่ต้องเถียงแล้ว

“ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่ศาลที่รับอุทธรณ์คำสั่ง กกต. หรือ ศาลฎีกา ไม่เช่นนั้นศาลฎีกาตัดสินจำคุก แล้วศาลรัฐธรรมนูญไปปล่อยได้หรือไม่ ตกลงหน้าที่ใครกัน มันจึงเป็นเรื่องใช้ดุลพินิจว่าจะยุบหรือไม่ยุบ ถามว่ามีโอกาสไม่ยุบไหม ...มี แต่เขาไม่ทำกัน ถ้าเขามองย้อนไปถึงกรณีพรรคไทยรักไทยที่ถูกยุบ จะเห็นว่าการที่วินิจฉัยให้ยุบพรรค ให้เหตุผลอย่างไร คนสู้คดีควรไปดูคำวินิจฉัยนั้น ทำอย่างไรจะไม่ให้เขายุบ แต่ไม่ใช่พอเขาตัดสินแล้วมาโทษคนตัดสิน สู้คดีไม่เป็นเอง ”

“ยิ่งยุคนี้ มีวิธีการสู้คดี ด้วยการหาเรื่องทะเลาะกับคนตัดสิน (หัวเราะ) ไม่รู้ใครสั่งใครสอน เพื่อให้เห็นว่าผู้ตัดสินไม่เป็นกลาง แล้วมาบ่นว่าทำไมฝ่ายโน้นสู้คดีชนะ ฝ่ายนี้สู้คดีแล้วไม่ชนะ คุณก็ไปดูวิธีการสู้คดีของเขาสิ แทนที่จะทะเลาะกับอีกฝ่าย กลับมาทะเลาะกับศาล”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท