
มาร์คซัดธาริตให้ข้อมูลไม่ครบ
อภิสิทธิ์ ห่วง ธาริตให้ข้อมูลไม่ครบทำ ประชาชน สับสน ยันไม่ได้เป็น กรรมการศอฉ. ซัดเดินตามธง หนุน แก้รธน.รายมาตรา
อภิสิทธิ์ ห่วง ธาริตให้ข้อมูลไม่ครบทำ ประชาชน สับสน ยันไม่ได้เป็น กรรมการศอฉ. ซัดเดินตามธง หนุน แก้รธน.รายมาตรา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหนังสือเรียกตัวไปรับทราบข้อกล่าวหาในคดีการเสียชีวิตของนายพัน คำกอง แท็กซี่เสื้อแดง ที่ศาลระบุว่าเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ว่ากรณีที่นายธาริตออกมากล่าวว่าไม่ได้อยู่ในคณะกรรมการศอฉ.นั้น ตนเชื่อว่านายธาริตทราบอยู่แล้วว่าในขณะนั้นใครทำหน้าที่อะไร โดยตนจะเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ซึ่งตนและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส สุราษฎร์ธานี ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อเท็จจริง เพราะขณะนี้ทางนายธาริตเองยังคงมีการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน อาทิ การให้ข่าวในการไต่สวนของศาลกรณีนายพันคำกองว่านายพัน คำกองไม่ได้อยู่บนรถตู้ การให้ข้อมูลว่าในศอฉ.มีกรรมการทั้งหมด 2 ชุด แต่กลับไม่พูดว่าตนไม่ได้เป็นคณะกรรมการทั้ง 2 ชุดและไม่ได้ออกคำสั่งใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจุดนี้เองอาจจะทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ พร้อมยืนยันว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้ของกรอบกฏหมายไม่เว้นแต่นายธาริต รวมถึงไม่แปลกใจที่ตนต้องกลายเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพราะทางนายธาริตมีการตั้งธงไว้อยู่แล้ว ส่วนจะมีการฟ้องร้องกลับหากว่าไม่พบการกระทำผิดหรือไม่ ตนขอเข้าไปดูข้อมูลในวันที่ 13 ธันวาคมก่อน
นอกจากนี้ในกรณีการปราบปราบทุจริตคอรัปชั่น ขณะนี้ทางรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ยังคงไม่เอาจริงเอาจังและยังคงไม่ให้ความร่วมมือกับองค์กรอิสระที่จะเข้ามาตรวจสอบ ทั้งที่มีหลายฝ่ายออกมาเตือนทางรัฐบาล ซึ่งรู้สึกเสียดายที่ทางรัฐบาลจะปล่อยโอกาสการเข้าตรวจสอบของหน่วยต่างๆในภาคเอกชนไป เพราะขณะนี้อันดับของการแก้ปัญหาคอรัปชั่นของไทยกำลังลดลง แต่อันดับการก่อการร้ายกลับสูงขึ้น ซึ่งน่าเป็นห่วงอย่างมากจึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขและให้ความร่วมมือกับองค์กรอิสระเพื่อให้ประเทศเกิดการเดินหน้า
ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย จะจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในวันรัฐธรรมนูญที่ 10 ธันวาคมนี้นั้น ว่าหากรัฐบาลจะแก้ไขรัฐธรรมนูญควรจะแก้ไขเป็นรายมาตราเพื่อให้เกิดความชัดเจน และรัฐบาลเองควรดูให้ชัดเจนว่าเป้าหมายของรัฐบาลคืออะไร ไม่ใช่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงเพื่อนำไปสู่ประโยชน์ส่วนตนและการล้มคดี
ทั้งนี้ในกรณีที่พรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือให้ศาลรัฐธรรมนูญตรวจสอบข้อมูลที่ฝ่ายค้านยื่นถอดถอน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ด้วยเรื่องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) นั้น ตนเห็นว่าเป็นสิทธิ์ที่พรรคเพื่อไทยสามารถทำได้ และตนก็ทำตามหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้านที่ต้องมอบข้อมูลต่อวุฒิสภาเพื่อส่งต่อกับป.ป.ช. ซึ่งในเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญว่าจะวินิจฉัยอย่างไร







