
การเมืองล้วงเงินบสย.หนัก
หึ่งปลดผู้จัดการทั่วไปเพราะบอร์ดขอเงินบริจาค 17 ล้านบาทแต่ไม่ได้
หึ่งปลดผู้จัดการทั่วไปเพราะบอร์ดขอเงินบริจาค 17 ล้านบาทแต่ไม่ได้
อึ้งเบื้องลึกสั่งปลดผู้จัดการทั่วไป บสย. สาเหตุจากบอร์ดสายการเมืองขอเงินบริจาค 17 ล้านบาทแล้วไม่ได้
กรรมการบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า สาเหตุของการมีมติเลิกจ้างนายวิบูลย์ เพิ่มอารยวงศ์ กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย.ออกจากตำแหน่ง ทั้งๆ ที่เหลือสัญญาจ้างอีก 2 ปี ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการทำงานไร้ประสิทธิภาพเพราะนายวิบูลย์มีผลงานดีมาก สามารถค้ำประกันสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีที่เข้าถึงแหล่งเงินไม่ได้ถึง 7 หมื่นล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 4.9 หมื่นล้านบาท แต่เกิดจากความขัดแย้งในการทำงานเป็นการส่วนตัวกับกรรมการฝ่ายการเมืองบางคน
ความขัดแย้งส่วนหนึ่ง เกิดจากมีกรรมการ บสย.คนหนึ่งได้ทำหนังสือเสนอขอให้ บสย.บริจาคเงินจำนวน 7 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อที่ดินที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อใช้เป็นทุนดำเนินการในโครงการพัฒนาสายพันธุ์มะพร้าว ของสมาคมชาวสวนมะพร้าวแห่งประเทศไทย ซึ่งมี นายวณิชย์ ปักกิ่งเมือง ประธานกรรมการบริหาร บสย.เป็นนายกสมาคม
นอกจากนี้ ยังมีการทำเรื่องเสนอขอเงินบริจาคเพื่อใช้ในการสร้างองค์พระขนาดใหญ่ในวงเงิน 10 ล้านบาท แต่ได้ถูกปฏิเสธการบริจาคเงินทั้งสองรายการ เนื่องจากพิจารณาเห็นแล้วว่าไม่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี อีกทั้งอาจเข้าข่ายเอื้อประโยชน์ได้
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้กรรมการบางคนเขียนคำกลอนติดไว้ในห้องทำงานด้วยถ้อยคำข่มขู่และหยาบคาย
ในที่สุดจึงมีการเรียกประชุมกรรมการเพื่อขอมติปลดนายวิบูลย์ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีการเสนอวาระเลิกจ้างนายวิบูลย์ในข้อหากระทำความผิด ไม่ทำแผนปฏิบัติการส่งให้กระทรวงการคลังพิจารณา แต่กลับพบว่านายวิบูลย์ได้ส่งแผนปฏิบัติการไปตั้งแต่เดือน ต.ค. 2555 จึงลงมติไม่ได้
คณะกรรมการจึงนัดประชุมวาระพิเศษอีกครั้งในวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเสนอให้มีการเลิกจ้าง ทั้งๆ ที่นายวิบูลย์สามารถสร้างผลงานในการค้ำประกันสินเชื่อแก่เอสเอ็มอีได้สูงสุดนับตั้งแต่มีการตั้ง บสย.มาด้วยมติ 7 เสียงต่อ 1 เสียง โดย นายศิริพล ยอดเมืองเจริญ อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่เป็นกรรมการขอให้บันทึกว่าไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว
ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า กรรมการ บสย.มีอดีตผู้สมัคร สส.อยู่ถึง 3 คน
นายวณิชย์ ประธานกรรมการบริหาร บสย. เปิดเผยว่า บอร์ดไม่เคยเสนอขอเงินบริจาคเพื่อพัฒนาพันธุ์มะพร้าวและเงินบริจาคเพื่อสร้างพระจาก บสย. และไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น สำหรับรายละเอียดในการปลดนายวิบูลย์นั้น ต้องสอบถามจากประธานกรรมการซึ่งจะเป็นผู้ให้ข่าวทั้งหมด
“ผมก็ไม่เคยขอเงินบริจาคจาก บสย.” นายวณิชย์ กล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานของ บสย.ในปีนี้ คาดว่าจะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมเบี้ยประกันสินเชื่อร่วม 2,800 ล้านบาท และจะมียอดเคลม 1,000 ล้านบาท จึงคาดว่าจะมีกำไร 800 ล้านบาท จากเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ขาดทุนสะสม 1,000 ล้านบาท







